“สหรัฐ” พบผู้เสียชีวิตในประเทศคนแรกจาก “โควิด-19″ถือเป็นชาวสหรัฐคนที่ 2 ซึ่งเสียชีวิต

ไวรัสโคโรน่า (Covid-19)

วันนี้ (อาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2563) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 29 ก.พ. ว่าศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐ ( ซีดีซี ) ออกแถลงการณ์ว่าชายอายุประมาณ 50 ปี ซึ่งมีโรคประจำตัว เสียชีวิตเมื่อวันเสาร์ ที่โรงพยาบาลเอวเอร์กรีน เฮลธ์ ในเมืองเคิร์กแลนด์ ใกล้กับเมืองซีแอตเทิล รัฐวอชิงตัน ทางตะวนตกเฉียงเหนือของสหรัฐ ด้วยสาเหตุที่มาจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ “โควิด-19”

ทั้งนี้ รายงานของซีดีซีไม่ได้ระบุว่าชายคนดังกล่าวได้รับเชื้อเมื่อใด แต่ให้ข้อมูลว่าผู้เสียชีวิตไม่มีประวัติเดินทางไปต่างประเทศในรอบ 14 วันล่าสุดก่อนล้มป่วย และไม่มีความเกี่ยวข้องในทางใดกับผู้ติดเชื้อทุกคน ขณะที่นายเจย์ อินสลี ผู้ว่าการรัฐวอชิงตัน ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุขในพื้นที่ ส่วนโรงพยาบาลซึ่งชายผู้นี้พักรักษาตัวก่อนเสียชีวิตปิดให้บริการชั่วคราวเพื่อเฝ้าระวังโรค นอกจากนี้ ทางการรัฐวอชิงตันยังพบผู้ป่วย “มีความเป็นไปได้สูง” ว่าจะติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อีกอย่างน้อย 2 คน โดยกำลังรอการยืนยันผลตรวจขั้นสุดท้ายจากซีดีซี

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงที่ทำเนียบขาวว่า “ไม่มีเหตุผลให้ต้องตื่นตระหนก” กับการมีผู้เสียชีวิตคนแรกในสหรัฐจากโรคโควิด-19 ยืนยันว่ารัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือกับสถานการณ์ทุกรูปแบบจากเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ พร้อมทั้งเตือนสื่อและฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองอย่าใช้เรื่องนี้สร้างความปั่นป่วนให้กับสังคม

อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐยอมรับว่าอาจมีการพบผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอีกในประเทศ โดยเผยสถิติปัจจุบันไว้ที่อย่างน้อย 69 คน ในจำนวนนี้มีอย่างน้อย 4 คน “อาการวิกฤติ” แม้การเสียชีวิตของชายที่รัฐวอชิงตันนับเป็นพลเมืองสหรัฐคนแรกซึ่งติดเชื้อและเสียชีวิตในประเทศจากโรคโควิด-19 แต่ถือเป็นชาวอเมริกันคนที่ 2 ซึ่งเสียชีวิตจากโรคนี้ ต่อจากพลเมืองสหรัฐอายุ 60 ปี เสียชีวิตที่เมืองอู่ฮั่นของจีน เมื่อต้นเดือนก.พ.ที่ผ่านมา.

เครดิตภาพ : AP