Music Therapy : เมื่อดนตรีเป็นยาวิเศษ

ข้อมูลสุขภาพตามระบบ

…กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ… เราคงเคยได้ยินเพลงนี้กันมาจนชินหู ปัจจุบันนี้ไม่ใช่เพียงแค่กีฬานะคะที่เป็นยาวิเศษ แต่ ดนตรีเป็นยาวิเศษ ได้เหมือนกัน

ซินเธีย วุ้นซ์ (Cynthia Wunsch) ครูสอนดนตรีชาวอเมริกัน เจ้าของบล็อก The Unlikely Entrepreneur เธอได้รวบรวมงานวิจัยและประโยชน์ของการฟัง เล่นดนตรีคลาสสิคเอาไว้ โดยซินเธียได้อ้างถึงศาสตราจารย์พอล โรเบิร์ตสัน นักวิทยาศาสตร์ นักไวโอลินชาวอังกฤษ ผู้รักษาผลกระทบของดนตรีที่มีต่อร่างกายว่า ทุกวันนี้มีหมอจำนวนมากที่นำดนตรีมาใช้ในการรักษาคนไข้ ทำให้ดนตรีบำบัด (Music Therapy) กลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการรักษาที่กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มีการนำดนตรีบำบัดไปรักษากับคนไข้หลายกลุ่ม ดังนี้

1. ทารกแรกคลอด
พบว่าทารกแรกคลอดจะฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดจำนวนวันในการอยุ่ในตู้อบ และเพิ่มน้ำหนักโดยศูนย์การแพทย์เทลาวิฟในอิสราเอล ได้ทดลองเปิดดนตรีโมสาร์ทให้ทารก 20 คนที่คลอดก่อนกำหนด โดยให้ฟังวันละครั้ง ๆ ละ 30 นาที หลังจากฟัง พบว่าทารกที่คลอดก่อนกำหนดมีอาการสงบลง และใช้พลังงานน้อยกว่าทารกที่ไม่ได้ฟังดนตรี เมื่อไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานมาก ก็ทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

2. ผู้ป่วยความจำเสื่อม
ทำให้ความจำดีขึ้นหลังฟังดนตรีโมสาร์ท ดูแล้วนี่อาจจะเป็นข่าวดีสำหรับใครที่ที่บ้านมีผู้สูงอายุนะคะ ซึ่งผลลัพธ์ดังกล่าวจะยังอยู่ หากมีการกระตุ้นให้ฟังอย่างต่อเนื่อง

3. ผู้ป่วยโรคมะเร็ง
จะทำให้ผู้ป่วยเจ็บปวดน้อยลง หากได้ฟังเพลงจังหวะช้า ๆ เบา ๆ ผ่อนคลาย มีงานวิจัยจำนวนมากที่สนับสนุนข้อเท็จจริงนี้ เช่น งานวิจัยของ Beck (1991) ศึกษาผลของดนตรีที่ผู้ป่วยชอบต่อระดับความปวดในผู้ป่วยโรคมะเร็ง โดยให้กลุ่มตัวอย่างเลือกฟังเพลงที่ชอบวันละ 2 ครั้ง ๆ ละ 45 นาที เป็นเวลา 3 วัน พบว่า ผู้ป่วยกลุ่มนี้มีความเจ็บปวดลดลง

4. คนที่นอนไม่หลับ
ดนตรีจะช่วยให้หลับได้ดีขึ้น แค่ฟังเพลงบรรเลงเบา ๆ ช้า ๆ จังหวะผ่อนคลายเป็นเวลานาน 45 นาทีก่อนนอน ซึ่งดนตรีจะทให้การเต้นของหัวใจช้าลงและหลับได้ลึกขึ้นอีกด้วย

5. กลุ่มเด็กพิเศษ
ภายหลังการบำบัดด้วยดนตรีบำบัด เด็กพิเศษจะมีพัฒนาการที่ดีขึ้น ในแง่ของระดับความรุนแรงของอาการนั่นเอง

6. คนที่เป็นโรคเบื่ออาหาร
หลายคนคงกำลังสงสัยว่ามีด้วยเหรอโรคเบื่ออาหาร คำตอบ มีค่ะ มีงานวิจัยได้พิสูจน์ว่าดนตรีช่วยกระตุ้นความอยากอาหาร จึงมักนำดนตรีไปรักษาคนไข้ที่เป็นโรคผิดปกติด้านการกิน โดยให้เหตุผลว่า ขณะเปิดเพลง สมองจะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ซึ่งเป็นสารสร้างความสุข และสารเซโรโทนิน ที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึกและการควบคุมวงจรการนอนหลับ

จะว่าไปนี่เป็นแค่ประโยชน์ส่วนเดียวเท่านั้นนะคะของการใช้ดนตรีบำบัด (Music Therapy) โรค ยังมีประโยชน์อีกมากมาย ถ้าหากสนใจก็ถือเป็นทางเลือกอีกทางที่ดีไม่แพ้การรักษาแค่เพียงการใช้ยาเลยค่ะ

Thanks ข้อมูล : http://www.striketherightnote.com