ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร ร้ายแรงแค่ไหน รับมือได้อย่างไร

ปอดและการหายใจ

 

ฝุ่น PM 2.5 กลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นภัยเงียบที่ทุกคนต้องระวังและตระหนักถึงอันตรายที่คืบคลานเข้ามาทำร้ายร่างกายของเราอย่างช้าๆ ฝุ่นละอองนี้เกิดจากมลภาวะของการคมนาคมขนส่ง หรือจากควันรถยนต์เป็นส่วนใหญ่ และเกิดจากโรงงานที่ปล่อยควันสารพิษต่างๆ ออกมา นอกจากนี้ยังเกิดจากการเผาป่า จำพวกไร่อ้อยของชาวเกษตรกรอีกด้วย

ฝุ่น PM 2.5 คืออะไร

PM 2.5 คือฝุ่นขนาดจิ๋ว โดยมีขนาดเล็กกว่า 1 ใน 25 ส่วนของเส้นผ่าศูนย์กลางเส้นผมของคน ซึ่งเล็กจนเส้นขนของจมูกไม่สามารถกรองดักเอาไว้ได้ จึงเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจ ปอด สมอง กระแสเลือด และอวัยวะอื่นๆ ตามร่างกาย

อันตรายจาก ฝุ่น PM 2.5

            สำหรับผู้ที่เป็นภูมิแพ้อยู่แล้ว ฝุ่น PM 2.5 ก็เปรียบเสมือนฝันร้ายดีๆ นี่เอง เพราะจะทำให้อาการกำเริบได้ง่ายและรุนแรงขึ้น ส่วนผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ช่วงแรกอาจจะไม่มีอาการอะไรผิดปกติ แต่เมื่อได้รับฝุ่นเหล่านี้ไปนานๆ ก็จะทำให้เกิดอาการไอ จาม ระคายเคือง แน่นหน้าอก หายใจถี่ เป็นหอบหืด และมีผื่นขึ้นได้ ซึ่งหากรุนแรงก็จะพัฒนาไปเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคถุงลมโป่งพอง โรคหลอดเลือดและหัวใจ โรคปอด โรคมะเร็งปอด เป็นต้น

องค์การอนามัยโลกกำหนดให้ฝุ่น PM 2.5 เป็นอันดับ 1 ของสารก่อมะเร็ง และในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตก่อนวัยอันควรเนื่องมาจากมลพิษทางอากาศมากกว่า 6 ล้านคนทั่วโลก โดยเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 5 ขวบถึงร้อยละ 10 หรือประมาณ 6 แสนคนต่อปี ซึ่งเป็นตัวเล็กที่น่ากลัวมาก เพราะเจ้าฝุ่นตัวร้ายนี้ส่งผลไปถึงระดับพันธุกรรม ทำให้อายุขัยเฉลี่ยของมนุษย์สั้นลง และส่งผลกระทบโดยตรงต่อทารกที่อยู่ในครรภ์อีกด้วย

            วิธีป้องกัน ฝุ่น PM 2.5

  1. สวมหน้ากากป้องกัน N95 ซึ่งเป็นหน้ากากที่สามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด
  2. สวมหน้ากากอนามัยที่มีฟิลเตอร์ 3 ชั้น ซึ่งระบุไว้ว่าสามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้
  3. สวมหน้ากากอนามัยธรรมดาทับ 2 ชั้น โดยจะซ้อนผ้าเช็ดหน้าหรือกระดาษทิชชูไว้ด้านในก็ได้
  4. ใช้เครื่องฟอกอากาศภายในอาคาร เพื่อช่วยลดมลพิษและทำให้อากาศบริสุทธิ์สดชื่นขึ้น
  5. หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งนานๆ หากจำเป็นก็ต้องใส่หน้ากากป้องกัน เพื่อรักษาสุขภาพของตัวเราเอง

ประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ ที่มีคุณภาพอากาศแย่ที่สุดของโลก และยังกำหนดค่ามาตรฐานความปลอดภัยของระดับฝุ่น PM 2.5 ไว้สูงกว่าหลายๆ ประเทศอีกด้วย ซึ่งเป็นอันตรายเสี่ยงต่อสุขภาพโดยรวมของประชากรไทย ทุกคนจึงต้องหมั่นดูแลรักษาร่างกายตัวเองให้ดี และร่วมใจช่วยลดมลพิษทางอากาศ ไม่เผาขยะ ทำให้เกิดควัน ถ้าไม่จำเป็นก็ลดการใช้รถยนต์ที่ปล่อยควันพิษ หมั่นเช็คเครื่องยนต์เป็นประจำ เพื่อไม่ให้ปล่อยมลพิษสู่อากาศมากจนเกินไป