ถอดรหัส ค่านิยม “คลั่งขาว” : เมื่อขาว = สวย หรือ เสีย?

ความสวย ความงาม ผิวหนัง ใบหน้า

ปัจจุบันมีกระแสคลั่งผิวขาวเกิดขึ้นในหมู่คนไทยเป็นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งมาจากกระแสดาราเกาหลี ที่ต้องขาวแบบออร่า กลายเป็นว่าถ้ามีผิวแทนหรือคล้ำกลับไม่สวย หรืออีกส่วนหนึ่งมาจากการกระหน่ำโฆษณาของเครื่องสำอางค์ที่ทำให้ผิวขาว กระจ่างใส จนมีผู้เสนอว่า บริษัทเครื่องสำอางค์ควรระบุผลเสียไว้ที่กล่องบรรจุภัณฑ์ (คล้าย ๆ กับคำเตือนข้างซองบุหรี่) ว่า “ผลิตภัณฑ์นี้ทำให้ผิวขาวและอาจก่อให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้” เราจะตามมาดูกันค่ะ ว่าทำไมควรจะมีคำเตือนเช่นนั้น

ในครีมทาให้ผิวขาวที่ใช้กันอย่างแพร่หลายนั้น จะประกอบด้วยสารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้
– ไฮโดรควิโนน ซึ่งใช้บ่อยที่สุดในยาทำให้ผิวขาว ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มยาลดการสร้างเม็ดสีของผิวหนัง ในประเทศจัดให้สารตัวนี้เป็นยาค่ะ ต้องให้แพทย์เป็นผู้สั่งจ่าย ก่อนใช้ยาจะมีการทดสอบการแพ้ โดยจะทาลงที่ผิวที่ไม่มีรอยแตก ซึ่งหากเกิดอาการคัน มีตุ่มน้ำใส หรือเกิดอาการผิวหนังแดงอักเสบ ก็ไม่ควรใช้ยา และในการทายานั้นจะต้องระวังไม่ให้สัมผัสตา และให้ใช้ทาเฉพาะใบหน้า คอ มือ หรือแขน ผลแทรกซ้อนของยาตัวนี้คือ ปฏิกิริยาแพ้แดด อาจทำให้มีผิวหนังเป็นรอยดำหลังการอักเสบตามมา

– กรดวิตามินเอ ออกฤทธิ์โดยการเปลี่ยนแปลงการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์ผิวหนัง เร่งให้เซลล์ผิวหนังชั้นบนที่มีเม็ดสีเมลานินหลุดออก

– สเตียรอยด์ ทำให้ฝ้าจางได้โดยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน แต่หากใช้นาน ๆก็อาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่นเส้นเลือดฝอยขยาย ผิวบาง เป็นสิว และขนใบหน้าดำขึ้น

– กรดอาเลอิก เป็นยาฝ้ากลุ่มสารปฏิชีวนะ หากใช้ในสตรีมีครรภ์ทั่วไปจัดว่าน่าจะปลอดภัย

จากสารพัดสารข้างต้นนี้ หลายคนคงกำลังเกิดคำถามขึ้นว่า แล้วตกลงผิวขาใส มันดีจริง ๆ หรือ อันที่จริงแล้ว คนที่มีผิวขาวจัดน่าจะเรียกว่าเป็นคนที่โชคไม่ดีนักหรอกค่ะเพราะมีเม็ดสีขนาดเล็ก ซึ่งเวลาโดนแสงแดดจัด ๆ ทำให้ผิวหนังไหม้แดดได้เร็วกว่าโทนผิวสีอื่น ๆ

เราลองสังเกตดูได้ในคนต่างชาติที่มีผิวขาวมักจะมีผิวตกกะ ผิวเหี่ยว แก่เร็วกว่า และยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังสูงกว่าคนไทยอย่างเรา ๆ ที่มีผิวเหลืองหรือผิวที่คล้ำกว่า เสียอีก แต่นับวันโลกของเราก็ได้รับอันตรายจากแสงแดดมากขึ้น ๆ เพราะชั้นโอโซนถูกทำลายให้บางจนเกิดเป็นภาวะโลกร้อน

เราควรตระหนักไว้เสมอว่า แสงแดดมีผลเสียต่อผิวหนังมากมาย ซึ่งผลเสียที่เกิดขึ้นทันทีนั้นก็คือ ทำให้โรคผิวหนังต่าง ๆ กำเริบได้อย่างง่าย ๆ เช่น ผิวไหม้แดด โรคเอสแอลอี (SLE) ที่มีอาการปวดข้อและมีผื่นผีเสื้อขึ้นบริเวณใบหน้า เป็นฝ้า กระ สิวบางชนิดที่จะกำเริบเมื่อโดนแสงแดด โรคพอร์ไฟเรีย (porphyria) ที่มีอาการปวดท้อง ผิวไหม้แดดเป็นแผลและตุ่มน้ำ เราเรียกกันว่าโรคแดร็กคิวล่า

นอกจากนี้ ยังเกิดผลเสียในระยะยาวจากแสงแดดสะสมได้อีกด้วย ได้แก่ เนื้องอกขั้นก่อนจะเป็นมะเร็ง ผิวเหี่ยวแก่ และมะเร็งผิวหนัง สมาคมโรคมะเร็งผิวหนังของอเมริการะบุว่า คนอเมริกัน  1 ใน 5 คนมีโอกาสเป็นโรคมะเร็งผิวหนัง ส่วนคนไทยนั้น พบมะเร็งผิวหนังเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีอายุเฉลี่ยที่สูงขึ้นและมีกิจกรรมกลางแดดที่บ่อยขึ้นนั่นเองค่ะ

จากที่กล่าวมาด้านบน ทีนี้เราก็พอจะทราบถึงภัยอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ้างสรรพคุณว่าสามารถทำให้ขาวได้จริง ๆ แต่กว่าจะสวยก็อาจจะสายเสียแล้วนะคะ หากเรายังไม่หยุดประดังสารนั้นเข้าสู่ร่างกายของเราเอง