ยากันชัก ยาดีมีประโยชน์มหาศาล มีกี่ประเภท

ยาน่ารู้

ยากันชักออกฤทธิ์โดยทำให้ระบบประสาทที่ผิดเพี้ยนไปกลับมาทำงานอย่างปกติ จึงช่วยระงับหรือลดอาการชักลงได้ ซึ่งใช้รักษาได้หลายโรค เช่น โรคลมบ้าหมู หรือโรคลมชัก โรคไบโพลาร์ อาการปวดประสาท เป็นต้น ซึ่งยาในกลุ่มนี้จะช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากเส้นประสาทที่ถูกทำลายได้ รวมทั้งยังช่วยควบคุมอารมณ์ของผู้ป่วยโรคไบโพลาห์ให้เข้าสู่สภาวะปกติอีกด้วย

เมื่อผู้ป่วยมีอาการชัก ร่างกายก็จะเปลี่ยนแปลงไป เนื่องจากระบบประสาทส่งสัญญาณไฟฟ้าผิดปกติหรือมากเกินไป ยากันชักจะทำให้สารสื่อประสาททำงานได้ดีขึ้น ซึ่งสารสื่อประสาทนี้จะเป็นตัวควบคุมสัญญาณไฟฟ้าในประสาทของเราอีกทีหนึ่ง เมื่อยาออกฤทธิ์จะส่งผลให้กล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่คลายตัวลง อาการชักจึงทุเลาลงหรือหายไปได้นั่นเอง

ตัวอย่างกลุ่มยาที่รักษาอาการชัก

  1. คาร์บามาซีปีน ออกฤทธิ์โดยลดการนำกระแสไฟฟ้าที่มากเกินไปหรือผิดปกติเข้าสู่ระบบประสาทและสมอง ส่งผลให้เส้นประสาทหยุดการตอบสนอง ใช้รักษาโรคลมชัก โรคไบโพลาร์ โรคปวดเส้นประสาทใบหน้า เป็นต้น
  2. เฟนิโทอิน ยับยั้งการทำงานที่ผิดปกติของระบบประสาท ทำให้สมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ไปกระตุ้นร่างกายให้เกิดอาการชัก ส่วนใหญ่มักใช้รักษาอาการชักโดยทั่วไป
  3. กรดวาลโปรอิก ออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อสมอง เพื่อลดหรือหยุดอาการชัก มักใช้รักษาโรคไบโพลาร์ และไมเกรน ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวกับเส้นประสาทและสมอง

นอกจากนี้ยังมีกลุ่มยากันชักตัวใหม่ที่ออกฤทธิ์ได้นานกว่า และยังเกิดผลข้างเคียงน้อยกว่าอีกด้วย ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ พรีกาบาลิน กาบาเพนติน เป็นต้น

คำเตือนในการใช้ยา

  1. หากมีโรคประจำตัวหรือประวัติการแพ้ยาใดๆ ควรแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้ง
  2. แจ้งแพทย์ให้ทราบเกี่ยวกับยาที่รับประทานอยู่ทุกตัว รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน และสมุนไพร เพราะยาหรือสารอาหารแต่ละชนิดอาจทำปฏิกิริยาซึ่งกันและกัน ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการทำงานของร่างกายได้
  3. รับประทานยาตามปริมาณ ขนาด และเวลาที่แพทย์หรือเภสัชกรระบุไว้อย่างเคร่งครัด รวมทั้งทำตามคำแนะนำอื่นๆ ด้วย
  4. ไม่ควรหยุดยาเอง ต้องปรึกษาแพทย์ก่อนเท่านั้น โดยเฉพาะสตรีมีครรภ์
  5. หลีกเลี่ยงการดื่มสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์พร้อมยา
  6. ไม่ควรทำงานที่ต้องอยู่กับเครื่องจักร หรือขับขี่ยวดยานพาหนะ หลังรับประทานยา เพราะอาจทำให้ง่วงซึมได้ ซึ่งจะเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยเองหากทำกิจกรรมเหล่านี้อยู่ในระหว่างที่ยากำลังออกฤทธิ์

ผลข้างเคียงของยากันชัก

  1. เวียนศีรษะ
  2. อ่อนเพลีย ง่วงซึม
  3. คลื่นไส้ อาเจียน
  4. ตัวสั่น
  5. มีผื่นขึ้น
  6. น้ำหนักตัวเพิ่มมากขึ้น
  7. จำนวนเกล็ดเลือดลดลง ทำให้ผู้ป่วยอาจเห็นภาพซ้อน และอาจสูญเสียความสามารถในการควบคุมการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกาย และอาจมีความคิดฆ่าตัวตายอีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นผลข้างเคียงที่รุนแรง หากผู้ป่วยมีอาการเช่นนี้ ก็ควรรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อพบแพทย์โดยด่วน

แม้ว่ายากันชักจะมีผลข้างเคียงอยู่ค่อนข้างมาก แต่หากผู้ป่วยรับประทานยาและปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเป็นอย่างดีแล้ว ก็จะช่วยลดผลข้างเคียงลงไปได้ในระดับหนึ่ง แต่หากผู้ป่วยทนต่ออาการจากผลข้างเคียงของยากันชักไม่ไหว ก็สามารถมาพบแพทย์ได้ เพื่อขอปรับเปลี่ยนยาในการรักษา