เทคนิค “ลดรอยสิว” เพื่อแก้ปัญหาหนักใจของใครหลายๆ คน

ความสวย ความงาม ใบหน้า

สิว เป็นปัญหาที่กวนใจใครหลายคนทั้งชายและหญิง โดยเฉพาะกับผู้หญิงที่ต้องให้ความสำคัญกับใบหน้าและความงามเป็นพิเศษเพราะผู้หญิงกับความงามเป็นของคู่กัน แต่ที่เป็นปัญหาหนักใจมากกว่าการเกิดสิว ก็คงจะเป็น รอยสิว นี่แหละ แม้สิวจะหายไปแล้ว แต่ร่องรอยแผลเป็นมันจะยังคงตราตรึงใจเราให้เจ็บช้ำตลอดเวลา สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลบรอยสิวให้หายไปจากใบหน้า วันนี้เรามีคำตอบ พร้อมเคล็ดลับดีๆ มาฝาก

รอยสิวคืออะไร ?

รอยสิว คือ ร่องรอยหรือรอยแผลเป็นหลังจากเกิดสิว มักจะเกิดขึ้นเมื่อสิวนั้นอักเสบหรือสิวอุดตัน ซึ่งรอยสิวเหล่านี้มีสาเหตุมาจากกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวด้วยการสร้างสารคอลลาเจนขึ้นมาใหม่ จึงปรากฏเป็นรอยสิวในรูปแบบต่าง ๆ บนผิวหนัง

สิวสามารถแบ่งตามระดับความรุนแรง ออกเป็น 3 ชนิดได้แก่
-รุนแรงน้อย ลักษณะคือ สิวหัวขาว และสิวหัวดำ
-รุนแรงปานกลาง ลักษณะคือ สิวตุ่มแดง และสิวหัวหนอง
-รุนแรงมาก ลักษณะ คือ สิวก้อนลึก และสิวซีสต์
รู้หรือไม่ว่า การบีบหรือการกดสิวนั้นเป็นปัจจัยหลักที่อาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นขึ้นมาได้ ดังนั้นถ้าไม่อยากมีรอยสิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ปรากฎอยู่บนใบหน้า ควรหลีกเลี่ยงการบีบ หรือการกดสิว นั่นเอง

ลักษณะของรอยสิว แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้
1.รอยสิวทั่วไป
รอยสิวทั่วไป มีลักษณะเด่นที่สามารถเห็นได้ชัด คือ หัวสิวที่มีจุดสีแดงหรือสีน้ำตาล และสิวจะเป็นหลุมตื้น ๆ เมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือนสิวนั้นจะค่อย ๆ เลือนรางจางหายไปเองตามธรรมชาติ
2.รอยสิวหลุมลึก
รอยสิวหลุมลึก จำเป็นที่ต้องได้รับการรักษา หรือรับคำแนะนำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการดูแลรักษารอยสิวอย่างถูกวิธี เพราะร่องรอยที่เกิดขึ้น บ่งบอกได้ว่าอาจเป็นความเสียหายในระดับชั้นผิวที่ลึกลงไปใต้ผิวหนังส่วนลึก ซึ่งวิธีรักษาแบบทั่วๆ ไปอาจใช้ไม่ได้ผล โดยรอยสิวหลุมลึก จะมีลักษณะดังต่อไปนี้
– มีรอยสิวแบบจุด และหลุมลึก
– รอยนั้นจะยุบลงไป แต่จะมีความแบนและบาง
– หลุมที่ยุบลงไปจะกว้างขนาดใหญ่ และมีขอบหลุมที่ชัดเจน
– มีรอยแผลเป็นที่นูนขึ้นมาบนผิวหนังอย่างเห็นได้ชัด

รอยสิว สามารถรักษาให้หายขาดได้หรือไม่ ?

รอยสิวชนิดหลุมลึกที่เกิดขึ้น ไม่อาจรักษาให้หายไปได้ 100 % แต่จะค่อยๆ เลือนลางจายไปตามกาลเวลา หรือหากไม่สังเกตุดีๆ ก็อาจจะมองไม่เห็น ส่วนรอยสิวทั่วไปนั้นสามารถรักษาให้หายได้และจะไม่ทิ้งร่องรอยแผลเป็นไว้เหมือนสิวชนิดหลุมลึก แต่ทั้งนี้ผู้ที่มีรอยสิวสามารถบำรุงและดูแลรักษาตรงผิวบริเวณที่เป็นรอยสิว เพื่อบรรเทาความรุนแรงของรอยนั้น หรืออาจใช้เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อที่ปลอดภัย เช่น ครีมรองพื้นที่มีคุณสมบัติช่วยปกปิดรอยแผลเป็นที่เกิดจากรอยสิว

การรักษาและลบเลือนรอยสิวอย่างถูกวิธี
ทั้งนี้สำหรับการรักษารอยสิว อาจจะต้องคำนึงถึงความรุนแรงของรอยนั้นด้วย ซึ่งแต่ละคนจะมีลักษณะของอาการแตกต่างกันออกไป บางคนมีสภาพผิวหน้าที่แพ้ง่าย หากไม่แน่ใจควรไปขอคำแนะนำ หรือปรึกษาแพทย์ผิวหนังโดยตรง เพื่อความปลอดภัยและวางแผนสำหรับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

วิธีการรักษาและลบเลือนรอยสิว โดยทั่วไป มีวิธีการรักษาดังต่อไปนี้

ครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของคอร์ติโซน
ครีมที่มีส่วนผสมของ คอร์ติโซน จะเหมาะสำหรับรอยสิวที่เป็นจุดสีแดง หรือเป็นรอยบวม โดยคอร์ติโซน มีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนัง ลอดรอยแดง และช่วยให้รอยสิวที่บริเวณนั้นๆ ยุบลงไป ซึ่งครีมคอร์ติโซนนั้นสามารถหาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านขายยาทั่วไป

ผลิตภัณฑ์ที่มีสารบำรุงผิว เช่น
วิตามินซี สามารถช่วยลดการอักเสบ และลดรอยด่างดำจากการเกิดสิว ช่วยให้สิวหายเร็วขึ้น
อาร์บูติน และกรดโคจิก ช่วยในเรื่องของการยับยั้งการผลิตเม็ดสี และช่วยลบเลือนรอยดำ ตลอดจนรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว
เซราไมด์ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่มีส่วนผสมของ เซราไมด์ชนิดสังเคราะห์ หากใช้เป็นประจำและต่อเนื่องก็อาจช่วยลดการเกิดสิวและลดรอยแผลเป็นของสิวได้
วิตามินบี 3 เป็นวิตามินที่แพทย์แนะนำ เพราะช่วยในการรักษาและลดรอยสิว เนื่องจากมีสรรพคุณต้านการอักเสบ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนั้นแล้วก็ยังมีอีกหลายกหลายวิธีในการลดรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิว เช่น การทำเลเซอร์ การฉีดสเตียรอยด์ การลงเข็ม และการทำศัลยกรรมเพื่อรักษาหลุมสิวโดยตรง เป็นต้น แต่ทั้งหมดนี้จะต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

เคล็ดลับสำคัญในการดูแลรักษาและป้องกันการเกิดรอยสิว

เราจะแนะนำวิธีที่ปลอดภัย ซึ่งใครๆ ก็สามารถทำได้ คือ
1. ไม่บีบหรือกดสิว
การบีบหรือกดสิว อาจทำให้เกิดการอักเสบของสิว ที่สำคัญแบคทีเรีย หรือเชื้อโรคต่างๆ อาจปนเปื้อนมากับมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการกดสิวได้

2. หลีกเลี่ยงแสงแดด
รอยสิวอาจมีสีเข้มขึ้นเมื่อถูกแสงแดดที่ร้อนจัด และแสงแดดนั้นจะไปเป็นตัวชะลอกระบวนการฟื้นฟูสภาพผิวหรือบริเวณรอยสิวให้หายช้ามากกว่าปกติ ดังนั้น หากต้องออกไปข้างนอกท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่มีแดดร้อนจัด ควรสวมใส่เสื้อผ้า เช่น เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว หมวก แว่นตา และทาครีมกันแดด จะช่วยได้เยอะเลยทีเดียว

3. ให้เวลารักษาทุกสิ่ง
สิ่งสำคัญเลย ต้องมีความอดทน เพราะหลังสิวหายไป แต่รอยแผลเป็นอาจหายช้า หรืออาจใช้เวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าที่เส้นเลือดและคอลลาเจนจะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ในกระบวนการตามธรรมชาติ โดยบางคนอาจใช้ระยะเวลานานหลายๆ ปี

4. พบแพทย์
หากรู้สึกไม่สบายใจ มีความกังวล ควรไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังโดยตรง เพื่อหาวิธีรักษาต่อไป

เห็นไหมว่าปัญหาสิวไม่ได้น่ากลัว เท่ากับรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวเลย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีทางแก้ไข เพราะปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ไขได้เสมอ ด้วยการดูแลรักษาสุขภาพและผิวพรรณให้สะอาด หลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างที่ทำร้ายสิวโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสาวๆ ที่กำลังเป็นกังวลเรื่องสิว และรอยสิวที่เกิดขึ้นบนใบหน้า ลองนำเอาวิธีเหล่านี้ไปปฎิบัติตามคำแนะนำข้างต้น หรือหากไม่แน่ใจควรไปปรึกษา และทำตามคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง อาจช่วยให้คุณได้ และทำให้ปัญหาสิวไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *