เลือกใช้ “ครีมกันแดด” อย่างไร ให้ปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความสวย ความงาม ผิวหนัง ใบหน้า

ครีมกันแดด เรียกได้ว่าเป็นไอเทมที่ต้องพกติดตัวไว้ตลอดเวลาเพราะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณสาวๆ ปลื้มเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีคุณสมบัติสามารถช่วยป้องกันแสงแดด และรังสียูวีที่คอยทำร้ายผิวให้แห้งเสีย หมอคล้ำ เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำต่างๆ รวมถึงริ้วรอยที่ทำให้ดูแก่ก่อนวัยอันควร

แต่ใช่ว่า ครีมกันแดดทุกชนิดจะสามารถช่วยให้ได้ผลดีเสมอ หากเลือกใช้ครีมกันแดดที่ไม่มีประสิทธิภาพ ก็อาจไม่ทำให้เกิดประโยชน์ต่อผิวหนังเรา แล้วควรใช้ครีมกันแดดแบบไหนกัน วันนี้เรามีคำตอบ

ครีมกันแดด เป็นสารที่ช่วยป้องกันผิวหนังจากรังสียูวีหรือรังสีอัลตราไวโอเลต โดยช่วยให้ผิวไม่ถูกแสงแดดทำลายให้ไหม้หรือเกิดจุดด่างดำขึ้น อีกทั้งยังช่วยลดโอกาสเป็นโรคมะเร็งผิวหนังได้อีกด้วย โดยทั่วไปครีมกันแดดจะช่วยปกป้องผิวด้วยการดูดซับรังสีอัลตราไวโอเลต ช่วยปกป้องชั้นผิวที่ลึก หรือบางตัวมีคุณสมบัติในการสะท้อนรังสีอัลตราไวโอเลต ซึ่งปัจจุบัน ครีมกันแดดมีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ โลชั่น ครีม ขี้ผึ้ง หรือสเปร โดยสามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านขายยา หรือร้านสะดวกซื้อ

ครีมกันแดดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่

 -สารกันแดดแบบเคมี โดยมีส่วนผสมของสารเคมีบางชนิดที่มีคุณสมบัติคือ สามารถดูดซับแสงแดดได้ดี และสารกันแดดชนิดนี้จะมีประสิทธิภาพที่แตกต่างกันออกไปตามชนิดของสารกรองแสง โดยหลักๆ จะเน้นในการช่วยป้องกันรังสียูวีเอ และยูวีบี แต่บางครั้งอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงคือ เกิดการระคายเคืองผิว

-สารกันแดดแบบกายภาพ ครีมกันแดดที่สามารถช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด โดยนำสารเคมีที่มีคุณสมบัติช่วยสะท้อนรังสีจากแสงแดดให้กลับออกไป ซึ่งสารกันแดดชนิดนี้จะสามารถป้องกันได้ทั้งรังสียูวีเอและรังสียูวีบี แต่จะไม่ก่อให้เกิดปฏิกิริยาเคมีกับผิวหนัง แต่ข้อเสียคือ สารกันแดดชนิดนี้จะมีเนื้อครีมที่ข้นและเหนียวเหนอะหนะ ทำให้ผู้ใช้รู้สึกไม่สบายตัว

ครีมกันแดดจะแยกออกเป็น 4 ประเภท คือ

แบบครีม  แบบเจล  แบบแท่ง แบบสเปรย์

เลือกซื้อครีมกันแดดอย่างไรให้เหมาะสม

-เลือกครีมกันแดดที่มีคุณสมบัติสามารถปกป้องผิวหนังได้อย่างครอบคลุม ทั้งรังสียูวีเอและยูวีบี โดยสามารถศึกษาข้อมูลด้วยการอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ก่อยตัดสินใจซื้อ หรือให้สังเกตที่คำว่า Broad-Spectrum

-เลือกครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 30 ขึ้นไป ซึ่งค่า SPF  ยิ่งมีค่าสูงมากเท่าไหร่ยิ่งหมายความว่าสามารถป้องกันรังสียูวีบีได้สูงมากตามไปด้วย  สำหรับ SPF ที่ต่ำกว่า 15 หมายความว่าสามารถป้องกันผิวไหม้จากแสงแดดได้ แต่ไม่สามารถป้องกันการเกิดโรคมะเร็งผิวหนังได้

-เลือกครีมกันแดดที่สามารถกันน้ำได้ เพราะข้อดีคือ ครีมกันแดดชนิดนี้จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด เมื่อคุณต้องทำกิจกรรมว่ายน้ำหรือออกกำลังกายแล้วมีเหงื่อออกได้นานประมาณ 40-80 นาที ทั้งนี้ ผู้ใช้ควรทาครีมกันแดดซ้ำอย่างน้อยในทุกๆ 2 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นตามความต้องการ

ใช้ครีมกันแดดอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพ

การใช้ครีมกันแดดให้ได้ประสิทธิภาพ จะสามารถช่วยปกป้องผิวจากรังสีต่างๆ จากแสงแดดที่คอยจ้องจะทำลายผิวเราได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำได้ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

-ทาครีมกันแดด ประมาณ 15-30 นาที ก่อนออกจากบ้าน เพื่อให้ครีมสามารถซึมเข้าสู่ผิวหนังก่อนออกไปเผชิญกับแสงแดด

-ก่อนแต่งหน้าควรทาครีมกันแดดก่อนเสมอ โดยทาให้ทั่วทั้งตัวและใบหน้า

-อย่าลืมทาครีมกันแดดที่หู เท้า และด้านหลังขา เพราะเป็นจุดที่หลายคนอาจนึกไม่ถึงและชอบลืมอยู่บ่อยครั้ง

-ริมฝีปาก ก็ต้องป้องกัน ด้วยการทาลิปบาล์มที่มีค่าป้องกันแสงแดด 30 ขึ้นไป เพื่อปกป้องริมฝีปากจากรังสียูวี และไม่ให้ริมฝีปากดูหมองคล้ำ

-เมื่อต้องทำกิจกรรมว่ายน้ำ ควรทาครีมกันแดดก่อนทุกครั้ง และควรทาซ้ำทุกๆ 2 ชั่วโมง เพื่อให้การป้องกันรังสียูวีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

-ดูวันหมดอายุก่อนทาครีมกันแดด เพราะหากหมดอายุครีมกันแดดนั้นจะเสื่อมประสิทธิภาพลง และไม่สามารถป้องกันผิวหนังของเราได้

-เด็กที่อายุต่ำกว่า 6 เดือน ไม่ควรทาครีมกันแดดให้ เพราะอาจเป็นอันตรายได้ ด้วยความที่เด็กมีผิวหนังที่บอบบาง ควรป้องกันเด็กไม่ให้โดนแสงแดดด้วยการสวมใส่เสื้อผ้าที่ปกปิดแทน เพื่อปกป้องผิวของเด็กจากแสงแดด

ข้อดีและข้อเสียของครีมกันแดด

ข้อดีของครีมกันแดด

-ช่วยป้องกันความเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งผิวหนัง

-ปกป้องผิวของเราไม่ให้ถูกแสงแดดเผาหรือทำลาย

-ช่วยไม่ให้ผิวดูแก่ก่อนวัยอันควร รวมถึงจุดด่างดำ ฝ้า หรือกระ บนใบหน้า และส่วนต่างๆ ของร่างกาย

ข้อเสียของครีมกันแดด

-ผิวหนังผลิตวิตามินได้น้อยลง ทั้งนี้อาจต้องรับประทานอาหารที่มีวิตามินเสริมแทน

-เกิดคราบครีมกันแดดที่ติดตามเสื้อผ้า เนื่องจากผลิตภัณฑ์กันแดดบางตัวมีผสมของกรดอะมิโนเบนโซอิก หรือกรดพาราอะมิโนเบนโซอิก

-ทำให้ผิวแพ้ง่ายขึ้น บางคนอาจเกิดการระคายเคือง หรือมีรอยแดงที่ผิวหนัง เนื่องจากครีมกันแดดมีส่วนผสมของสารเคมีบางชนิดที่ทำให้เกิดผลข้างเคียงคือ ผิวแพ้ง่าย ข้อแนะนำคือ หากพบอาการแพ้ควรล้างออกให้สะอาดและหยุดใช้ทันที

ครีมกันแดด เป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ใครหลายคน ในเรื่องของการป้องกันแสงแดด ช่วยปกป้องให้ผิวไม่ถูกทำลาย แต่ทั้งนี้ ควรระมัดระวังในการใช้งาน เพราะอาจมีผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราได้

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *