วิธีกำจัดขนขา ด้วยวิธีธรรมชาติที่คุณสาวๆ ต้องรู้

ขา และ เท้า ความสวย ความงาม ผิวหนัง

สำหรับสาวๆคนไหนที่มีปัญหาขนหน้าแข้งยาวแข็งและต้องการจะกำจัดออกให้สิ้นซาก เพราะปัญหาเหล่านี้ ทำให้สาวๆ เกิดความไม่มั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะทุกครั้งที่ต้องสวมใส่กางเกงขาสั้นหรือกระโปรงที่เผยให้เห็นขนขา อาจทำให้สาวๆ เกิดความไม่มั่นใจได้ จึงอยากจะหาวิธีกำจัดขนขา ครั้งจะกำจัดด้วยวิธีเลเซอร์ ก็อาจจะต้องใช้ต้นทุนที่สูง ดังนั้น อย่าห่วงไปเลย เพระวันนี้เรามีวิธีการกำจัดขนขาหรือขยหน้าแข้ง ด้วยวิธีธรรมชาติ รับรองได้ผลดีเกินคาดไม่แพ้กัน

1.สูตรกำจัดขนขาด้วย น้ำส้มสายชู และน้ำมันมะกอก

ส้มสายชูและน้ำมันมะกอก เป็นวัตถุดิบที่สามารถหาได้ง่ายๆ หรือหาซื้อได้ทั่วไปตามร้านค้า หรือร้านสะดวกซื้อ โดยทั้ง 2 ตัวนี้มีสรรพคุณที่ช่วยในเรื่องของความสวยความงาม และที่สำคัญยังสามารถกำจัดขนหน้าแข้งได้อีกด้วย

วิธีการคือ ให้นำน้ำส้มสายชูประมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ และน้ำมันมะกอกในปริมาณที่เท่ากัน นำมาผสมคนให้เข้ากันจนเหนียวข้นหลังจากนั้นให้นำมาทาบริเวณขนหน้าแข้ง ทาให้ทั่วขา ต่อมาคือการใช้ฟองน้ำ ผ้า หรือใยขัดผิวถูเบาๆ เพื่อให้เส้นขนหลุดติดออกมา จากนั้นให้ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่น บอกเลยว่าวิธีนี้เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ที่สำคัญยังเป็นวิธีที่ใช้ต้นทุนไม่สูงอีกด้วย

2.สูตรน้ำผึ้งมะนาว

ผึ้งและมะนาว วัตถุดิบที่อยู่ในครัวเป็นไอเทมที่ทุกบ้านต้องมี และเมื่อจับคู่กันแล้วกลายเป็นคู่หูที่สามารถช่วยในเรื่องของความสวยความงามได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยกำจัดขนขา ตลอดจนช่วยให้ผิวมีความเนียนและนุ่มมากยิ่งขึ้น

วิธีการคือ เตรีมมะนาว 1 ลูกและน้ำผึ้ง 4ช้อนชา หลังจากนั้นให้นำมะนาวมาบีบคั้นเพื่อให้ได้ในส่นของตัวน้ำ และทำการผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากันจนได้ที และนำมาทาบริเวณขนหน้าแข้ง นวดไปมาโดยใช้เวลาประมาณ 15 นาทีหลังจากนั้นให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด วิธีนี้จะสามารถช่วยกำจัดขนหน้าแข้ง ปัญหาที่คอยกวนใจสาวๆได้ และที่สำคัญยังทำให้ผิวดูนุ่มชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

3.กำจัดด้วยปูนแดง

สำหรับใครที่มองหาวิธีกำจัดขนหน้าแข้งด้วยวิธีธรรมชาติ อย่าลืมนึกถึง ปูนแดง เชียวนะ เพราะ ปูนแดง ที่คนเฒ่าคนแก่สมัยโบราณใช้เคี้ยวหมากนี่แหละ รู้หรือไม่ว่ามีคุณสมบัติสามารถช่วยกำจัดขนขาของเราได้เป็นอย่างดี ชนิดที่คุณคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

วิธีการคือ เตรียมส่วนผสม โดยมี น้ำเปล่า ปูนแดง 2 ช้อนโต๊ะ และแว๊กซ์กําจัดขนขา จากนั้นให้นำปูนแดงมาผสมกับน้ำเปล่าคนให้เข้ากันจนปูนแดงเหลวและไม่จับตัวกันเป็นก้อน หลังจากนั้นให้นำมาพอกบางๆ ที่บริเวณหน้าแข้ง สักพักแล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดบริเวณขาให้แห้งก่อนนำแว๊กกําจัดขนขามาแว๊กบริเวณหน้าขาอีกที และล้างออก เท่านั้นเป็นอันเสร็จสิ้น สาวๆ คนไหนที่อยากให้ขนขาดูมีสีอ่อนนุ่ม ก็สามารถใช้วิธีนี้ได้ เช่นเดียว และหากทำเป็นประจำอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้งจะช่วยให้เห็นประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น

4.ขมิ้นกับเบกกิ้งโซดา

ต่อมาคือสูตรสมุนไพรคู่บ้านคู่เรือนที่เป็นใครๆ ก็รู้จัก นั่นก็คือ สูตรขมิ้นกับเบคกิ้งโซดานั่นเอง หลายคนอาจจะเคยได้ยินสรรพคุณของเบกกิ้งโซดามาแล้ว แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วมันสามารถช่วยในการกำจัดขนหน้าแข้งได้อีกด้วย

วิธีการคือ เตรียมวัตถุดิบเบกกิ้งโซดา 2 ส่วนผงขมิ้น 1 ส่วน และน้ำเปล่า จากนั้นให้นำวัตถุดิบทั้งหมดมาผสมคนให้เข้ากัน เสร็จแล้วนำมาชโลมทาให้ทั่วขา ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที หรือรอให้แห้ง หลังจากนั้นให้ใช้มือถูออกอย่างเบามือ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด เพียงเท่านี้คุณก็จะสามารถกำจัดขนขาได้แล้ว และนอกจากกําจัดขนขาแล้ว สูตรนี้ยังสามารถใช้กับผิวหนังในบริเวณส่วนอื่นๆ เช่น ขนรักแร้ เป็นต้น

4.ขมิ้นกับมะละกอ

สาวๆ หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินหรือรู้จักสูตรนี้มาก่อน ซึ่งขมิ้นและมะละกอเมื่อรวมตัวกันแล้วทำให้มีคุณสมบัติสามารถช่วยในการกำจัดขนขาได้ และเป็นอีกหนึ่งสูตรที่ได้ผลดี ซึ่งเราอยากจะแนะนำให้คุณสาวลองนำไปใช้ดู รับรองว่าไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

 วิธีการคือ อันดับแรกต้องเตรียมวัตถุดิบ นั่นก็คือ ผงขมิ้นในปริมาณครึ่งช้อนโต๊ะ และมะละกอบด ในปริมาณ 2-3 ช้อนโต๊ะ จากนั้นให้นำขมิ้นและมะละกอมาคนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน หลังจากนั้นให้นำไปทาชโลมไว้ที่บริเวณขาหน้าแข้ง นวดเบาๆและทิ้งไว้เป็นเวลา 15 นาที เสร็จแล้วให้ล้างออกด้วยน้ำสะอาด เป็นอันเสร็จสิ้น โดยสูตรนี้ควรทำเป็นประจำอย่างน้อย 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ จะยิ่งทำให้เห็นผลดีมากยิ่งขึ้น

นี่ก็คือ วิธีการกำจัดขนขาด้วยวิธีธรรมชาติที่คุณสาวๆควรรู้ เราหวังว่าจะมีประโยชน์ต่อคุณสาวๆ ทุกคนที่กำลังมองหาวิธีการกำจัดขนขา โดยไม่ต้องใช้ต้นทุนที่สูง แต่ก็สามารถเห็นผลได้เช่นเดียวกัน โดยอาจจะต้องใช้เวลา และคุณสามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองและนำไปใช้ ที่สำคัญอย่าลืมทำเป็นประจำทุกสัปดาห์ เพื่อประสิทธิภาพในการเห็นผลที่เร็วมากยิ่งขึ้น

 

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *