มะรุม มีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

มะรุม มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Moringa และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Moringa oleifera Lam. มีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปเอเชีย เช่น ประเทศอินเดีย ศรีลังกา เป็นพืชในเขตร้อน เป็นไม้ยืนต้นที่โตไว ปลูกง่าย ทนแล้ง สามารถรับประทานได้แทบทุกส่วน มะรุมเป็นพืชผักสมุนไพรที่ขึ้นชื่อของเมืองไทย เพราะมีประโยชน์และสรรพคุณมากมาย อันได้แก่

  1. บำรุงสายตา

มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินเอในปริมาณสูง จึงมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตา ช่วยป้องกันสายตาไม่ให้อ่อนล้า พร่ามัว หรือเกิดอาการตาแห้งจากการที่ต้องอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานเกินไปได้ และยังช่วยป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับดวงตาได้อีกด้วย เช่น โรคต้อหิน โรคต้อกระจก โรควุ้นในประสาทตาเสื่อม เป็นต้น

  1. บำรุงผิวพรรณ

มะรุมมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ในปริมาณที่สูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการซ่อมแซมและเสริมสร้างเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย เต่งตึง กระชับ ลดเลือดริ้วรอย การรับประทานมะรุมจึงเป็นการบำรุงผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอกนั่นเอง

  1. รักษาโรคเลือดออกตามไรฟัน

การรับประทานมะรุมเป็นประจำ โดยนำมาประกอบอาหาร หรือจะเคี้ยวกินสด ๆ เลยก็ได้ จะช่วยทำให้เหงือกและฟันแข็งแรง ทั้งยังป้องกันไม่ให้เกิดโรคเลือดออกตามไรฟันอีกด้วย

  1. รักษาโรคเบาหวาน

จากผลการศึกษาพบว่ามะรุมมีสารที่มีคุณสมบัติช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ และยังช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือดอีกด้วย จึงสามารถช่วยรักษาโรคเบาหวานได้

  1. รักษาโรคขาดสารอาหาร

เนื่องจากในมะรุมมีสารอาหารที่มีคุณประโยชน์อยู่มาก จึงสามารถทดแทนสารอาหารต่าง ๆ ที่ร่างกายต้องการได้ โดยเฉพาะในเด็กขาดสารอาหารที่กำลังเติบโต แต่ก็ต้องรับประทานอาหารอย่างอื่นให้หลากหลายด้วยเช่นกัน

  1. ลดความดันโลหิต

Glycosides คือสารตัวหนึ่งที่ได้จากการสกัดมะรุม ซึ่งมีคุณสมบัติช่วยลดความดันโลหิตได้ และยังช่วยลดอาการอื่น ๆ ที่เกิดจากความดันโลหิตสูงได้ด้วย เช่น ปวดหัว นอนไม่หลับ เป็นต้น

  1. ลดไขมันในเลือด

จากผลการศึกษาพบว่ามะรุมมีส่วนช่วยในการลดไขมันในเลือด โดยสามารถลดคลอเรสเตอรอลชนิดไม่ดี และเพิ่มคลอเรสเตอรอลชนิดดีในร่างกายได้ จึงช่วยทำให้ห่างไกลจากโรคหัวใจและหลอดเลือด

  1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

มะรุมอุดมไปด้วยวิตามินซีในปริมาณสูง และยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคหวัดและการเจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ ทำให้ร่างกายมีความแข็งแรงมากขึ้น

มะรุมสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายชนิด เช่น แกงอ่อมยอดมะรุม แกงส้มมะรุม ต้มจืดมะรุม ไข่เจียวมะรุม หรือจะรับประทานสด ๆ โดยจิ้มกินกับน้ำพริกก็ได้ แต่ระวังอย่ารับประทานมากจนเกินไป โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคเลือด โรคตับ โรคเกาต์ และหญิงมีครรภ์ เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงหรือเกิดการแท้งบุตรได้

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *