กระเจี๊ยบแดง มีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

กระเจี๊ยบแดง มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Rosella และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Hibiscus sabdariffa Linn. มีถิ่นกำเนิดมาจากประเทศอินเดีย มาเลเซีย ซูดาน และประเทศไทย เป็นไม้พุ่ม ความสูงประมาณ 50-180 เซนติเมตร ลำต้นกิ่งและก้านเป็นสีม่วงแดง ส่วนใบเป็นสีเขียว ตรงกลางดอกเป็นสีแดง ส่วนกลีบดอกเป็นสีเหลืองหรือสีชมพู ผลกระเจี๊ยบเมื่ออ่อนจะมีสีเขียว เมื่อแก่จะมีสีแดง และแตกออกเป็น 5 แฉก คนนิยมนำส่วนนี้มารับประทานกัน เนื่องจากมีสรรพคุณและประโยชน์มากมายอันได้แก่

  1. ลดไข้

กระเจี๊ยบแดงมีคุณสมบัติช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้กลับมาอยู่ในภาวะสมดุลได้ และยังช่วยต้านทานเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นไข้หวัดอีกด้วย กระเจี๊ยบแดงจึงช่วยลดไข้ได้นั่นเอง

  1. แก้ไอ

ใบกระเจี๊ยบมีสรรพคุณช่วยแก้ไอ ละลายเสมหะ ขับเมือกออกจากลำคอได้ ทำให้อาการคันคอลดน้อยลงนั่นเอง

  1. แก้กระหายน้ำ

น้ำกระเจี๊ยบมีคุณสมบัติช่วยแก้กระหายน้ำและคลายร้อนชั้นเยี่ยม ซึ่งมักจะเป็นเครื่องดื่มเมนูโปรดของใครหลาย คน เนื่องจากกระเจี๊ยบแดงมีวิตามินซี รวมทั้งกรดซิตริก ที่ช่วยดับกระหายน้ำได้เป็นอย่างดี แถมรสชาติยังอร่อยอีกด้วย

  1. ช่วยขับปัสสาวะ

กระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ช่วยขับปัสสาวะ นอกจากนั้นยังช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและสารพิษที่อยู่ในไตให้ออกมาพร้อมกับปัสสาวะอีกด้วย ใครที่มีปัญหาปัสสาวะลำบาก ก็ให้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงเป็นประจำในปริมาณที่พอดี

  1. ลดความดันโลหิต

จากการศึกษาและทดลองพบว่ากระเจี๊ยบแดงมีฤทธิ์ช่วยลดความดันโลหิตได้ โดยให้ผู้เข้าร่วมการทดลองดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงวันละ 3 ครั้ง เป็นประจำต่อเนื่องกันเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ก็พบว่าช่วยลดความดันโลหิตลงได้

  1. ลดไขมันในเลือด

เมล็ดของกระเจี๊ยบแดงมีคุณสมบัติช่วยลดไขมันและคลอเรสเตอรอลในเลือดได้ โดยนำเมล็ดไปตากแห้งและมาบดให้ละเอียด จากนั้นนำมาต้มกับน้ำร้อนเพื่อชงดื่มเป็นประจำ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยลดไขมันในเลือดได้แล้วค่ะ

  1. ลดน้ำตาลในเลือด

กระเจี๊ยบยังมีคุณสมบัติช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อีกด้วย เนื่องจากกระเจี๊ยบมีส่วนช่วยในการลดการดูดซึมของน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด จึงดีต่อผู้ป่วยโรคเบาหวาน แต่เวลารับประทานไม่ควรใส่น้ำตาลเยอะจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ได้ผลตรงกันข้ามได้เช่นกัน

  1. ป้องกันโรคหัวใจ

ในกระเจี๊ยบแดงมีสารแอนโธไซยานิน ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ทำให้เลือดไม่แข็งตัว ป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือด และช่วยลดความเสี่ยงจากการเป็นโรคหัวใจ

  1. ป้องกันโรคโลหิตจาง

ในกระเจี๊ยบแดงมีธาตุเหล็ก ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างเม็ดเลือดแดง ทำให้ร่างกายไม่อ่อนเพลียง่าย และยังช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคโลหิตจางได้อีกด้วย

แม้ว่ากระเจี๊ยบแดงจะมีประโยชน์และสามารถนำมาทำเป็นอาหารได้หลากหลายรูปแบบ เช่น เครื่องดื่ม แยม แกง เป็นต้น แต่หากรับประทานมากหรือนานเกินไปก็อาจมีผลกระทบได้เช่นกัน โดยจะทำให้การผลิตของตัวอสุจิลดลง ซึ่งมีผลกระทบต่อระบบสืบพันธุ์นั่นเอง

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *