เสลดพังพอน มีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

เสลดพังพอนเป็นพืชสมุนไพรและยังเป็นไม้ประดับบ้าน มักปลูกไว้กันแมลงและสัตว์มีพิษต่าง ๆ เช่น ตะขาบ งู แมงป่อง เป็นต้น มีทั้งเสลดพังพอนตัวเมียและตัวผู้ ชื่อทางวิทยาศาสตร์ของเสลดพังพอนตัวเมียคือ Clinacanthus nutans (Burm.f) Lindau. ส่วนชื่อวิทยาศาสตร์เสลดพังพอนตัวผู้คือ Barleria lupulina Lindl.

ทั้งสองชนิดมีลักษณะคล้ายกัน ทั้งรูปร่างและสรรพคุณ เป็นไม้พุ่ม สูงประมาณ 1 เมตร ออกดอกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง เป็นใบเดี่ยว ส่วนที่แตกต่างกันก็คือ เสลดพังพอนตัวผู้จะมีหนามแหลมยาวที่ลำต้น ใบมักจะเป็นสีน้ำตาลแดง และดอกจะมีสีส้ม ส่วนเสลดพังพอนตัวเมียนั้นจะไม่มีหนามที่ลำต้น ใบจะเป็นสีเขียว และดอกจะมีสีแดงอมส้ม มีสรรพคุณและประโยชน์ต่าง ๆ โดยแยกเป็นแต่ละส่วนดังนี้คือ

ราก

  • ใช้ปรุงเป็นยาขับปัสสาวะ และช่วยขับประจำเดือนได้
  • ใช้บรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณบั้นเอวได้
  • ใช้บรรเทาอาการปวดฟันได้
  • ใช้เป็นยาบำรุงกำลัง
  • ช่วยให้เจริญอาหาร
  • ลดอาการตัวเหลือง ตาเหลือง ดีซ่าน

ลำต้น

  • ใช้รักษาแผลสดได้ โดยนำลำต้นมาฝนให้ละเอียด แล้วนำผงที่ได้ไปทายังบริเวณที่เป็นแผล ก็จะทำให้แผลหายได้เร็วขึ้น

ใบ

  • ใบสดช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้ ไม่ว่าจะเป็นตะขาบ แมงป่อง หรือแมลงอื่น ๆ โดยนำใบสดประมาณ 5-10 ใบมาตำให้ละเอียดและขยี้ทาบริเวณที่เป็นแผล ก็จะช่วยบรรเทาอาการลงได้
  • ใบสามารถรักษาแผลไฟไหม้หรือน้ำร้อนลวกได้ โดยนำใบมาตำให้ละเอียดผสมกับเหล้า น้ำมันงา หรือน้ำมะพร้าว แล้วเอามาพอกบริเวณที่เป็นแผล จะช่วยดับพิษร้อนของแผลและทำให้แผลแห้ง
  • ใบยังช่วยถอนพิษจากแผลร้อนใน เริม และงูสวัดได้อีกด้วย โดยนำใบสดสีเขียวเข้มของเสลดพังพอนตัวเมียมาใช้ประมาณ 10- 20 ใบ ตำให้ละเอียดผสมกับเหล้าหรือน้ำมะนาว คั้นเอาแต่นำมาทาบริเวณที่เป็นแผล

ทั้งต้น

  • ช่วยถอนพิษแมลงสัตว์กัดต่อยได้
  • แก้อาการปวดเมื่อย ปวดบวม ฟกช้ำได้
  • รักษาแผลรอ้นใน แผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก
  • รักษาโรคเริม งูสวัดได้
  • แก้โรคดีซ่าน
  • แก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • ใช้เป็นยารักษาโรคบิด

แม้ว่าใบเสลดพังพอนจะมีสรรพคุณช่วยในการถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ก็จริง ซึ่งในสมัยก่อนนิยมใช้กันมาก แต่ก็มีข้อเสียคือไม่ค่อยสะอาดและอาจทำให้แผลติดเชื้อเป็นหนองได้ ในปัจจุบันจึงไม่ค่อยนิยมนำมาใช้แล้ว หากถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย และสามารถเดินทางได้สะดวก ก็ควรไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจะเป็นการดีที่สุด

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *