กานพลู มีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

กานพลู มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Clove และมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Syzygium aromaticum (L.) Merr. & L.M.Perry เป็นพืชพื้นเมืองของประเทษฟิลิปปินส์ มีการเพาะปลูกมากในประเทศอินเดีย ศรีลังกา ปากีสถาน และอินโดนีเซีย เป็นสมุนไพรไม้ยืนต้นขนาดกลางที่มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว มีความสูงประมาณ 5-10 เมตร มีน้ำมันมาก เป็นใบเดี่ยวรูปไข่ปลายแหลม กลีบดอกเป็นรูปสามเหลี่ยม ผลเมื่อแก่จะมีสีแดงเข้ม มีสรรพคุณและประโยชน์ต่าง ๆ ดังนี้

  1. ป้องกันโรคมะเร็ง

เนื่องจากกานพลูอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจำนวนมาก จึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของเซลล์ รวมทั้งป้องกันโรคร้ายต่าง ๆ ได้ ซึ่งรวมถึงโรคมะเร็งด้วย โดยมีงานวิจัยว่าสารสกัดจากกานพลูมีฤทธิ์ต้านมะเร็งได้

  1. แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ

ดอกแห้งของกานพลูสามารถแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อได้ โดยนำดอกแห้งของกานพลูจำนวนประมาณ 5-8 ดอกมาต้มกับน้ำสะอาด หรือบดให้เป็นผงแล้วชงดื่มกับน้ำอุ่นก็ได้ แต่ถ้าหากจะใช้กับเด็กอ่อนให้นำดอกกานพลูแห้ง 1 ดอกใส่ไว้ในกระติกน้ำร้อนแทน แล้วนำน้ำนั้นไปชงนมให้เด็กดื่ม

  1. แก้อาการปวดฟัน

น้ำมันของกานพลูมีสรรพคุณช่วยแก้ปวดฟันได้ โดยจะเคี้ยวทั้งดอกแล้วอมไว้ตรงบริเวณที่ปวด หรือนำกานพลูมาตำให้แหลกแล้วผสมกับเหล้าขาวเล็กน้อย จากนั้นใช้สำลีจุ่มน้ำที่ผสมไว้มาอุดฟันตรงบริเวณที่ปวด ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ นอกจากนั้นกานพลูยังช่วยรักษาโรครำมะนาดหรือโรคเหงือกอักเสบได้อีกด้วย

  1. ดูแลสุขภาพในช่องปาก

นอกจากกานพลูจะช่วยแก้ปวดฟันแล้วยังช่วยดูแลสุขภาพในช่องปากได้อีกด้วย โดยมีงานวิจัยให้ผู้ทดลองใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีส่วนผสมของกานพลูเป็นประจำ พบว่าช่วยลดคราบสะสมของแบคทีเรีย และช่วยต้านการอักเสบของเหงือกได้

  1. แก้อาการไอ

กานพลูสามารถช่วยแก้อาการไอได้ โดยนำกานพลูไปต้มกับน้ำสะอาดเพื่อดื่ม และอาจจะใส่เกลือหรือมะนาวเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการแก้ไอด้วยก็ได้ จากนั้นให้จิบระหว่างวัน ก็จะทำให้อาการดีขึ้น ช่วยให้รู้สึกชุ่มคอ

  1. นำไปประกอบอาหาร

นอกจากกานพลูจะมีสรรพคุณทางยาแล้ว ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้อีกด้วย โดยสามารถทำเป็นเมนูต่าง ๆ ได้ เช่น ฉู่ฉี่ปลาทับทับ ขาหมูอบกานพลู พะโล้แบบปีนัง เป็นต้น

แม้ว่ากานพลูจะมีประโยชน์มาก แต่ก็ไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกินไป เพราะจะมีข้อเสียตามมา ซึ่งมีข้อควรระวังในการใช้ ดังนี้

ข้อควรระวังในการใช้กานพลู

  1. ไม่ควรใช้กานพลูกับหญิงมีครรภ์และหญิงให้นมบุตร เพราะมีสารบางอย่างที่อาจเข้าไปสะสมในร่างกาย ทำให้เป็นอันตรายต่อทารกได้
  2. ไม่ควรเคี้ยวกานพลูติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเหงือกและเยื่อบุในช่องปากได้
  3. ไม่ควรใช้น้ำมันกานพลูติดต่อกันนานเกินไป เพราะอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังได้
  4. ไม่ควรใช้กานพลูกับสมุนไพรที่มีฤทธิ์ทำให้เกล็ดเลือดต่ำ เพราะกานพลูมีฤทธิ์ทำให้เกล็ดเลือดแข็งตัว

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *