กะตังใบ

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Leea rubra.
                              Leea indica (Burm.f.) Merr.

ชื่อสามัญ : Ka-Tung-Bi.
ชื่อวงศ์ : Vitaceae. (The Grape Family.)

ชื่ออื่นๆ : กะตังแดง (กรุงเทพ) , เขือง / บังใบ / กะตังใบ / กะตังบาย (ภาคกลาง) , กะลังใบ / เขืองแขงม้า (ภาคเหนือ)

แต่เดิมนักพฤกษศาสตร์จัดอันดับกะตังใบไว้ในวงศ์ Leeaceae ภายหลังคงเห็นว่าพืชในวงศ์นี้มีอยู่เพียงสกุลเดียว คือสกุลเลีย (Genus Leea) และมีอยู่เพียงไม่มากชนิดนัก หรือจะด้วยเหตุผลใดไม่ทราบแน่ชัด นักพฤกษศาสตร์จึงยกพันธุ์ไม้ในวงศ์นี้ไปรวมอยู่ในวงศ์เดียวกับพืชจำพวกองุ่น ซึ่งมีรูปวิธานในชีวพฤกษ์ลม้ายใกล้เคียงกันให้ได้รวมอยู่ในวงศ์เดียวกันเสียเลย กะตังใบจึงถูกจัดให้อยู่ในวงศ์  Vitaceae นับตั้งแต่ประมาณ พ.ศ.2510 เป็นต้นมา ส่วนวงศ์ลีเอชิอี้นั้นก็เป็นอันว่ายุบยกเลิกกันไป

ลักษณะ
ไม้พุ่มหรือไม้ต้นขนาดเล็ก สูงประมาณ 1-3 เมตร ลำต้นและกิ่งก้านเป็นเหลี่ยมเฟื้อง อาจเป็นได้ตั้งแต่ ๘-๑๐ เหลี่ยม  แตกกิ่งก้านตั้งแต่โคนต้น ลำต้นเกลี้ยง หรือปกคลุมด้วยขนสั้นๆ

ใบรวมเป็นแผงๆ ละ ๕ ใบ รูปใบบางแต่หยาบระคาย ขอบใบเป็นจักละเอียด รูปใบมนรี ปลายใบแหลม ขนาดใบยาวประมาณ ๖-๘ เซนติเมตร แผงใบหมู่หนึ่งๆ ยาวประมาณ ๑-๑.๕ ฟุต หูใบแผ่เป็นแผ่น

ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอด ก้านช่อดอกชูยาวเป็นก้านเฟืองสีแดงคล้ำ ในก้านช่อดอกแต่ละช่อยังแตกแขนงเป็นช่อย่อยได้อีกมากมายหลายช่อ ดอกย่อยสีเขียวอ่อน มีจำนวนมาก ดอกตูมรูปทรงกลมสีแดงเข้มพอบานมีสีขาว กลีบเลี้ยงยาว 2-3 มิลลิเมตร เชื่อมติดกัน ที่โคน ปลายแยกเป็นแฉกแหลม 5 แฉก กลีบดอก 5 กลีบ เชื่อมติดกันที่โคน เกสรเพศผู้มี 5 อัน ติดอยู่กับหลอดเกสรเพศผู้ ปลายอับเรณูจะโผล่พ้นหลอดออกไปเป็นแฉกมนๆ ปลายแฉกเว้า เกสรเพศเมียมี 6 ช่อง แต่ละช่องมีไข่ 1 เมล็ด ก้านเกสรสั้น ปลายมน ออกดอกราวเดือนมิถุนายนถึงกันยายน  ขยายพันธุ์ด้วยการตัดกิ่งปักชำ หรือเพาะเมล็ด

ผลของกะตังใบ มีลักษณะเป็นพูสามพูคล้ายผลมะยม ผิวบาง มีเนื้อนุ่ม ผลอ่อนมีสีเขียวพอแก่จัดมีสีแดงเข้มจนถึงสีม่วงดำ มี 6 เมล็ด
พันธุ์ไม้ชนิดนี้มีขึ้นอยู่ทั่วไปกือบทุกภาคของประเทศไทย และเป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่งอีกด้วย

สรรพคุณ    
หมอยาพื้นบ้านจังหวัดอุบลราชธานี    ใช้ ราก ฝนกับเหล้าทา รักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวก

ตำรายาไทย
ราก รสเย็นเมาเบื่อ ต้มน้ำกินเป็นยาแก้ปวดท้อง ท้องเสีย แก้บิด ขับเหงื่อ และเป็นยาเย็น แก้อาการกระหายน้ำ แก้ไข้ แก้ไข้รากสาด แก้ปวดเมื่อยตามร่างกาย แก้ครั่นเนื้อครั่นตัว ดับร้อน

รากผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มน้ำดื่ม วันละ 3 ครั้ง จนยาหมดรสฝาด แก้ตกขาว มะเร็งลำไส้ มะเร็งมดลูก ใบ ย่างไฟให้เกรียม ใช้พอกศีรษะ แก้วิงเวียน มึนงง ตำเป็นยาพอกแก้ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และแก้ผื่นคันตามผิวหนัง

น้ำยางจากใบอ่อน  กินเป็นยาช่วยย่อย

ทั้งต้น ผสมกับสมุนไพรอื่น ต้มน้ำดื่ม รักษามะเร็งเต้านม

ตำรายาพื้นบ้าน อีสาน รากของต้น “กะตังใบ” ผสมกับลำต้น ขมิ้นเครือ ลำต้น เมื่อยดูก และราก ตากวาง อัตราส่วนเท่ากัน ต้มน้ำเดือดดื่มแก้ท้องเสียได้

ภาคเหนือ ใช้เข้าตำรับยาดองเหล้าบำรุงกำลังเรียกว่าเขืองแข้งม้า โดยใช้ส่วนของรากแก้ปวดเมื่อยตามร่างกายและช่วยขับลม

ส่วนที่ใช้เป็นอาหาร  ยอดอ่อน ยอด ดอกใช้เป็นอาหารประเภทใช้ยอด ผลอ่อน และดอกทำผักเหนาะรสชาติฝาด มัน

ที่มา
http://www.phargarden.com/main.php?action=viewpage&pid=1
http://florathai.blogspot.com/2009/11/blog-post_2224.html
http://thaiherbsum2.blogspot.com/

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *