แห้วหมู

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cyperus rotundus Linn.
ชื่อวงศ์ : Cyperaceae
ชื่อสามัญ   :  Nutgrass
ชื่ออื่น ๆ : หญ้าขนหมู (แม่ฮ่องสอน) หญ้าแห้วหมูใหญ่, หญ้าแห้วหมู, หญ้ากกดอกขาว

ลักษณะ : 
ต้น/เถา เป็นพรรณไม้ล้มลุก อยู่ในจำพวก หญ้า มีลำต้นอยู่ในดิน มีลักษณะเป็นหัวกลม สีดำ มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 3 – 6 มม. ลำต้นเหนือดิน มีขนาดเล็กเรียว เป็นเหลี่ยม มีความสูงประมาณ 4 – 10 นิ้ว มีสีเขียวแก่

ใบ  ใบมีขนาดเล็กยาวเรียว ปลายแหลม ทู่ กลางใบเป็นสันร่อง พื้นผิวใบเกลี้ยง มีสี เขียวเข้ม

ดอก ดอกออกเป็นช่อ ขนาดเล็ก ดอก ออกบริเวณกลางลำต้น ช่อหนึ่งมีใบประดับประ มาณ 2 – 4 ใบ กางออกอยู่ฐานช่อดอก ดอก ย่อยจะไม่มีก้าน ดอกมีสีน้ำตาล

ผล  เป็นรูปขอบขนาน ปลายแหลม หน้า ตัดเป็นรูปสามเหลี่ยม มีสีน้ำตาล หรือสีดำ

ส่วนที่ใช้ทำยา  ลำต้นใต้ดิน ราก

สรรพคุณและวิธีใช้

เป็นสมุนไพรที่มีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบ นิยมนำส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินมาใช้ทำยา มีรายงานฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา คือ มีฤทธิ์ยับยั้งการหดเกร็งและการบีบตัวของลำไส้ ต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ต้านเชื้อมาลาเรีย ต้านเชื้อไวรัส ฆ่าแมลง แก้ไข้ แก้อาการปวด แน่นหน้าอก แก้ปวดท้องเนื่องจากท้องอืด ขับลมในลำไส้ ต้านมะเร็ง แก้อาเจียน แก้ท้องร่วง  ขับเหงื่อ  ขับปัสสาวะ  บำรุงทารกในครรภ์   ทำให้น้ำหนักตัวลดลง กดการทำงานของหัวใจ กระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดขาว ปัจจุบันมีการนำหญ้าแห้วหมูไปเข้าตำรับยาแก้ปวด แก้โรคกระเพาะ แก้ปวดประจำเดือน เป็นหนึ่งในสมุนไพรที่มีการวิจัยพบว่ามีสารต้านอนุมูลอิสระสูง     ราก/หัว ใช้เป็นยาบำรุงธาตุ ขับปัสสาวะ ลด ไข้ และเป็นยาแก้กษัย

1. รักษาฝีดูดหนอง และใช้แก้อาการคันเนื่องจากโรคผิวหนัง  ใช้หัวสด ตำให้ ละเอียดเป็นยาพอก
2.แก้ไข้    ทั้งต้นทั้งหัว ล้างสะอาดต้มน้ำดื่ม
3. ท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นจุกเสียด :   นำหัวแห้วหมู 1 กำมือ (60-70 หัว หรือหนัก 15 กรัม) ทุบให้แตกต้มเอาน้ำดื่ม หรือใช้หัวสดครั้งละ 5 หัว โขลกให้ละเอียดผสมน้ำผึ้ง รับประทาน
4. แก้บิด:  หัวแห้วหมูแห้ง 6 – 8 หัว บดกับขิงแก่แห้ง 4 – 5 แว่น คลุกกับน้ำผึ้งแท้ รับประทานเป็นยาลูกกลอน
5. ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัด:    หัวใต้ดิน 5 – 7 หัว บดละเอียด คลุกกับน้ำผึ้ง กลืนเป็นยาลูกกลอน รับประทาน 1 ครั้ง
6. รักษาแผลเรื้อรัง:     ต้นและใบ 5 – 10 ต้น หั่นตำให้ละเอียด พอกแผลที่มีเลือดออก เลือดจะหยุด
7. บาดทะยัก     ใช้หัวแห้วหมู ต้นผักบุ้ง สารส้ม โขลกรวมกัน ให้เข้ากัน แล้วผสมยามหานิลซึ่งออกฤทธิ์ทำลายพิษลงไปเล็กน้อย แล้วคั้นเอาน้ำกิน กากใช้พอก
8.  แก้ผื่นคัน  หัวแห้วหมูบดละเอียด ผสมน้ำมันมะพร้าวเล็กน้อย ทา ที่เป็นบ่อยๆ จะทุเลาลง จนหายไปในที่สุด
9.  รักษาแผลสด  ใช้ต้นและใบหญ้าแห้วหมู โขลกใส่น้ำปูนใสเล็กน้อยเอามาพอกแปะกดที่แผลเลือดจะหยุดไหล
10. บำรุงธาตุ  ใช้หัวแห้วหมู 1 ฝ่ามือ ต้มเอาน้ำดื่มแก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย ใช้เป็นยาเจริญอาหาร ขาวเปอร์เซียร์ใช้หัวแห้วหมู 6-8 หัวบดกับขิงแก่ 4-5 แว่น ผสมกับน้ำผึ้ง กินเป็นยาขับลมในลำไส้ แก้ ปวดท้อง
11.  ยาอายุวัฒนะ   ใช้หัวหญ้าแห้วหมูล้างน้ำให้สะอาด เคี้ยวกินหรือ ทุบให้แหลกและไปคั่วไฟ ชงกินต่างน้ำชา จะทำให้หายปวดเมื่อย ฟันแน่นแย็งแรง ไม่ชรา ดวงตาสว่างไสวดี แม้อายุจะมาก หรือไข้หัว แห้วหมูแห้ง 4 ส่วน พริกไทย 1 ส่วน ลูกแป้ง 1ส่วน โขลกละเอียดปั้น น้ำผึ้งเม็ดเท่าพุทรา กินวันละ 2 เม็ด เช้าและก่อนนอน
12. ลดไขมัน  เอาหัวแห้วหมูทั้งหัว หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ตากแดดให้แห้ง คั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนกินต่างน้ำชา
13. ระงับอาการหอบหืด  เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน
14. ลดความดันโลหิต  ยาชงหัวแห้วหมู ทำให้ ความดันโลหิตลดลง ใช้หัวแห้วหมู 1  ส่วน กับน้ำร้อน 10 ส่วน จะได้ผลดีที่สุด
15  แก้นิ่วกรดในทางเดินปัสสาวะ  หัวแห้วหมูมีสารชนิดหนึ่ง สามารถละลายก้อนนิ่วกรด ที่เกิดจากการกินอาหารพวกเนื้อสัตว์มาก เกินไป
16. บำรุงหัวใจ  ถ้ากินน้อยเป็นยาบำรุงหัวใจ ถ้ากินมากเกินไป จะบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้น
17. ระงับอาการหอบหืด  เพราะมีฤทธิ์ต้านการทำงานของสาร ฮิสตามิน
18. ระงับเชื้อแบคทีเรีย   น้ำมันหอมระเหย ที่มีอยู่ในหัวแห้วหมู สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ สแต๊ฟ    ได้แต่เพียงอย่างเดียว   ( เชื้อนี้ทำให้เกิดฝีเจ็บคอและท้องเสีย)
19.  ระงับเชื้อรา  หัวหญ้าแห้วหมูนำมาสกัดด้วยแอลกอฮอล์ จะได้สาร ที่ต้านเชื้อราได้
20. ปวดท้องเพราะมากในกามกิจ   แห้วหมู หญ้าเปลือกหอย ใบบัวบก อย่างละครึ่งตำลึง ตำแหลก เอาน้ำชงเหล้า รับประทาน ใช้กาก พอกที่สะดือ

ยาพื้นบ้าน
รสเผ็ด หอมปร่า บำรุงธาตุ ขับลมในลำไส้ แก้ปวดท้อง ท้องขึ้น อืดเฟ้อ บำรุงกำลัง บำรุงทารกในครรภ์ ขับลม เป็นยาอายุวัฒนะ ขับความเย็น ระงับปวด แก้หวัดลม หวัดหนาว แก้ปวดท้องเนื่องจากเสพกามกิจมาก ปวดเมื่อยขา หลังคลอด แน่นหน้าอก บวมลม ใช้หมักทำให้เกิดแป้งข้าวหมาก แป้งเหล้าได้ดี ใช้ร่วมกับเถาสะค้าน กระวาน ดีปลี ผสม ทำแป้งเหล้า นำมากลั่นได้เหล้ายาบำรุงกำลัง
สารสกัดจากรากมีฤทธิ์ขับปัสสาวะ
ตำรับยาอายุรเวทของอินเดีย ใช้แก้ไข้ ความผิดปกติในทางเดินอาหาร
ชาวอาหรับในบริเวณเลอวานต์นำหัวไปอบให้ร้อน ใช้ประคบบริเวณที่บวม

 ในตำรับยาไทย หัวหญ้าแห้วหมูมีสรรพคุณ บำรุงกำลัง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ เป็นยาอายุวัฒนะ  บำรุงครรภ์ แก้ธาตุพิการ ช่วยให้เจริญอาหาร ขับพยาธิไส้เดือน ขับลม ช่วยย่อยอาหาร  แก้ไข้ ขับเหงื่อ แก้บิด ทำให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ ใช้พอกดูดพิษ ทาแก้แมลงกัดต่อย แก้กระษัย ส่วนใบ ใช้ห้ามเลือด

การใช้หญ้าแห้วหมูบำรุงสุขภาพ จะใช้แบบเดี่ยวในรูปชาชง หรือแบบตำรับยาก็ได้ ขึ้นกับวัตถุประสงค์ มีผู้มีประสบการณ์โดยตรงในการใช้หญ้าแห้วหมูเล่าว่า ท่านใช้แบบบดเป็นผงปั้นกับน้ำผึ้งเป็นลูกกลอนรับประทาน ตั้งแต่อายุ 40 กว่าปี จนย่างเข้าวัย 60 ปีแล้วยังแข็งแรงกระชุ่มกระชวย หูตาสว่างไสว ไม่มีโรคเบียดเบียน

ใช้ในรูปแบบชาชงหรือต้ม ถ้าทำเป็นชาก็นำส่วนหัวมาบดเป็นผงให้ละเอียด หรือหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ คั่วให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่ม หรือนำเอาหัวแห้วหมูทุบให้แหลก ต้มดื่ม เป็นยาอายุวัฒนะ แก้ปวดเมื่อย ช่วยให้หูตาสว่าง บำรุงธาตุ บำรุงหัวใจ ลดไขมัน ลดความดันโลหิต ลดไข้ แต่ต้องระวังอย่าให้มีปริมาณเข้มข้นมากเกินไป เพราะจะเป็นอันตรายต่อหัวใจ จะไปบีบหัวใจทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

 สำหรับตำรับยาที่มีสรรพคุณลดไขมันในร่างกาย คือ แห้วหมูทั้ง 5 (ถอนเอาทั้งต้นจนถึงราก) จำนวนมากน้อยตามต้องการ ล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ให้สะเด็ดน้ำ แล้วนำไปคั่วไฟให้เหลือง ใช้ชงกับน้ำร้อนดื่มเป็นชาลดไขมันในร่างกาย

ใช้ลดความอ้วน  มีตัวยา หัวแห้วหมูหนัก 5 บาท หัวกระชายหนัก 5 บาท บอระเพ็ดหนัก 4  บาท มะตูมอ่อนแห้งหนัก 4 บาท เหงือกปลาหมอหนัก 10 บาท พริกไทยล่อนหนัก 10 บาท  ส่วนผสมทั้งหมดบดละเอียด นำไปปั้นกับน้ำผึ้งเป็นยาลูกกลอนขนาดเท่าเม็ดพุทรา เก็บไว้รับประทานก่อนนอนทุกคืน นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณช่วยแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ และเป็นยาอายุวัฒนะด้วย

 แก้ลมสลักอก อาการแน่นอก จุกอก รับประทานอาหารไม่ได้ มีตัวยา หัวแห้วหมู ใบมะตูม ผักคราดหัวแหวน ขิงแห้ง เถาบอระเพ็ด ใบหนาด ดอกดีปลี พริกไทย น้ำหนักเสมอภาค บดเป็นผงให้ละเอียด ใช้ชงกับน้ำต้มสุก หรือผสมกับสุรา รับประทานเช้า-เย็น

แพทย์แผนใหม่
ใช้แห้วหมูรักษาอาการคลื่นเหียน อาการอักเสบ ลดความเจ็บ ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ มีสารที่มีฤทธิ์ทางเภสัชศาสตร์หลายชนิดเช่น: α-cyperone β-selinene cyperene cyperotundone patchoulenone sugeonol kobusone และ isokobusone สารสกัดจากหัวที่สกัดด้วยเอทานอล มีฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์แซนธีน- ออกซิเดส

อาหาร
แม้ว่าหัวจะมีรสขมแต่ก็มีคุณค่าทางอาหาร ในทวีปแอฟริกาใช้เป็นอาหารเวลาขาดแคลน และเป็นอาหารนกในเวลาอพยพ

ที่มา
http://www.tistr.or.th/spa/search/herb.jsp?herb=179
http://goo.gl/LpqAa
http://www.angelfire.com/ri2/rangsan/lists/cyperus.html
http://www.tungsong.com/samunpai/drug/65_Helmoo/helmoo.html
http://www.oknation.net/blog/print.php?id=247644
http://www.rspg.or.th/plants_data/use/herbs01-14.htm
http://thaiherb-tip108.blogspot.com/2011/03/blog-post_4094.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *