คราม

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Indigofera tinctoria   L.
ชื่อวงศ์ :  Leguminosae (Papilionaceae)
ชื่อสามัญ :  Indigo
ชื่ออื่น : คราม (ไทย), คาม (เหนือ,อีสาน)  ครามย้อม (กรุงเทพฯ)

ลักษณะ :
เป็นไม้เนื้ออ่อนกึ่งเลื้อยพักอาศัยการพาดเกาะตามสิ่งที่อยู่ใกล้เพื่อทอดลำต้น มีการแตกกิ่งก้านสาขาไม่มากนัก เป็นพืชชอบแดด ทนอากาศร้อน ดินเค็ม และฝนได้ดี ขึ้นอยู่ทั่วไปเป็นวัชพืชตามสวน ลักษณะเป็นไม้พุ่มอายุ 1-3 ปี

ใบ เป็นใบประกอบขนาดเล็ก กว้าง 0.5-1 เซนติเมตร ยาว 1-1.5 เซนติเมตร

ดอก มีขนาดเล็กคล้ายดอกถั่ว สีเขียวอ่อนอมครีม เริ่มบานมีสีแดงหรือชมพู

ฝักลักษณะคล้ายฝักถั่วแต่เล็กกว่า ขนาดความยาวของฝัก 5-8 เซนติเมตร เมล็ดสีครีมอมเหลือง

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

ประโยชน์ : ใช้ใบและส่วนของลำต้นนำมาทุบและหมักในน้ำประมาณ 5-7 วัน จะได้สีน้ำเงินหรือกรมท่า ใช้ย้อมผ้า ทำครามและย้อมเสื้อม่อฮ่อม

ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น ใช้เป็นยา

สรรพคุณ :
ทั้งต้น ใช้ฟอกขับปัสสาวะให้บริสุทธิ์ รักษากษัย น้ำปัสสาวะขุ่นข้น รักษานิ่วได้ดี
ราก   เป็นยาแก้พิษของสารหนู
เปลือก    แก้พิษงูกัด,แก้พิษฝี,แก้ตัวพยาธิ,แก้โลหิตตก, แก้บวม
ต้น    ฟอกปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะพิการต่างๆ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ แก้โรคเลือดตีกัน ถือเป็นยาเย็นนำมาใช้ในการลดไข้ โดยนำต้นสดๆ มาทุบพอกกระหม่อมเด็กหรือผู้ใหญ่ก็ได้จะช่วยลดไข้ได้ดี
ใบ    ดับพิษ แก้ไข้ตัวร้อน แก้ปวดศีรษะ
ทั้งต้น    แก้บวม บวมพอง เป็นยาระบาย
ไม่ระบุส่วนที่ใช้   ฟอกขับปัสสาวะให้บริสุทธิ์ แก้กระษัย น้ำปัสสาวะขุ่นข้น แก้นิ่ว

ในแง่ยาสมุนไพร คราม เป็นยาแก้พิษที่ดีมาก พ่อเม่าหมอพื้นบ้านเล่าว่า เมื่อโดนพิษไม่ว่าจะเป็นยาสั่ง พิษงูกัดหรือพิษจากสัตว์มีพิษ ในยามคับขันให้หาต้นครามให้เจอ ถ้าได้ต้นครามที่ค้างปีที่เรียกว่า คามเหี้ย ยิ่งดี ให้นำใบมาตำคั้นเอาน้ำกิน และเอากากพอกแผล ถ้าหาไม่ได้จริงๆ ให้หาผ้าหม้อนิลมาเคี้ยวๆ แล้วกลืนน้ำลายลงไปให้ได้มากที่สุด เพราะครามในผ้าหม้อนิลก็คือยานั่นเอง

ครามอยู่คู่วิถีชีวิตคนไทยมานาน เราจึงมีองค์ความรู้สมุนไพรไว้ใช้ประจำบ้าน คือ ชาวบ้านมักปลูกต้นครามไว้รอบๆ บ้าน เพื่อทำเนื้อครามไว้ใช้ในยามจำเป็น เมื่อมีบาดแผลจะใช้เนื้อครามที่เตรียมไว้ใช้ย้อมผ้ามาทาแผล ทำให้แผลหายเร็วและไม่เป็นหนองซึ่งปัจจุบันมีการวิจัยพบว่า
เนื้อคราม  มีฤทธิ์ฝาดสมานและฆ่าเชื้อโรคได้อย่างดี
ทั้งต้น  ใช้แก้ไข้ตัวร้อน ไข้ชัก กลุ่มชาวบ้านย้อมผ้าครามขายยังรู้ว่า ถ้าใครมีไข้ร้อนให้นำครามมาขยี้แล้วเอาน้ำทาและพอกไว้ที่ฝ่าเท้าทั้งสองข้าง เพื่อลดไข้ได้ดี ครามยังแก้อักเสบ แก้ปวด ดับพิษ
ราก  ใช้ขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ลดบวม
เปลือก  ต้านพิษงู แก้พิษฝี
เมล็ด  แก้หิด

ซึ่งมีรายงานการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาที่สนับสนุนการใช้ คือ พบว่าครามมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระขับปัสสาวะ ขับนิ่ว ต้านการชัก ต้านมะเร็ง ต้านพิษสารหนู เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการใช้น้ำคั้นจากใบสดของครามช่วยบำรุงเส้นผม และป้องกันผมหงอกได้อีกด้วย

ผ้าหม้อนิลของคนอีสานจึงไม่ได้มีไว้สวมใส่เท่านั้น ในตำรายาใบลานซึ่งจารไว้เป็นหลักฐานสืบต่อกันมา รวมถึงวิธีการรักษาของหมอยาพื้นบ้าน มีการใช้ผ้าหม้อนิลห่อลูกประคบ ใช้ในการย่างคนป่วยตกต้นไม้ ควายชน โดยใช้เป็นผ้าคลุมตัว หรือคลุมสมุนไพรบนแคร่ก่อนให้คนป่วยนอนทับ

อาจกล่าวได้ว่าลูกประคบในตำรายาอีสานโบราณของแท้ ต้องใช้ผ้าหม้อนิลเท่านั้น และพ่อหมอพื้นบ้านเคยกล่าวว่า ถ้าหาสมุนไพรอะไรมาทำลูกประคบไม่ได้ ขอให้มีผ้าหม้อนิลอย่างเดียวก็ประคบได้ และตัวอย่างตำรับยาครามจากหมอยาอีสาน ยาแก้เจ็บสันหลัง ให้เอาฮากปิบปีแดง 1 ฮากคราม 1 ฮากซ้าพลู 1 ดีปลี 1 ขิง 1 ต้มกินสามหม้อ หายแล

ที่มา
http://www.rspg.or.th/plants_data/use/color7-01.htm
http://kram.snru.ac.th/UserFiles/File/kv1.pdf
http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthtips/30395
http://www.samunpri.com/?p=3298

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *