กระทิง

อาหารเพื่อสุขภาพ - สมุนไพร

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Calophyllum inophyllum Linn.
ชื่อวงศ์ : Guttiferae (วงศ์กระทิง)
ชื่ออื่นๆ : กากะทิง (ภาคกลาง)  ทิง (กระบี่)  เนาวกาน (น่าน)  สารภีทะเล (ระยอง ประจวบคีรีขันธ์)  สารภีแนน (ภาคเหนือ)
ชื่อสามัญ : Alexandrian laurel, Beautiful – leaf, Borneo mahogany, Indian laurel

ถิ่นกำเนิด : ประเทศแถบอินโดจีน เช่น ไทย พม่า ศรีลังกา ลาว เขมร มาเลเชีย เวียตนาม อินเดีย

ลักษณะทั่วไป :
ไม้ต้นขนาดกลางถึงขนาดใหญ่สูง 6-20 เมตร เรือนยอดแผ่กว้างเป็นพุ่มกลมแน่นทึบ ชอบแดดจัด ทรงพุ่มกลม กว้าง 5 – 10 ม. ลำต้นมักคดงอ เปลือกสีน้ำตาลปนเทาค่อนข้างเรียบ ทุกส่วนมียางสีเหลืองอมเขียว

ใบ สีเขียวเข้ม  เส้นใบสีอ่อน ความกว้าง 4 – 6 ซม. ยาว 5 – 15 ซม. ใบแน่นทึบ เป็นใบเดี่ยว เรียงตรงข้าม ใบรูปรีแกมรูปไข่กลับ กว้าง 4-6 เซนติเมตร ปลายใบกลมหรือเว้าเล็กน้อย โคนใบสอบ ใบหนาแข็ง เส้นใบถี่และขนานกัน (ใบคล้ายสารภี แต่ใหญ่กว่า ใบเป็นมัน และเส้นใบขนานกัน เห็นชัดกว่า)

ดอก เป็นช่อ ทยอยบานตั้งแต่โคนช่อถึงปลายช่อดอก ดอกเล็กสีขาวถึงเหลืองนวล กลิ่นหอม ดอกบานไม่พร้อมกัน ออกเป็นช่อสั้นตามปลายกิ่งและซอกใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกตูมมักอยู่ที่ปลายช่อดอก ดอกบานเต็มที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซ.ม. กลีบดอกงองุ้มโค้งเข้าหากัน มีเกสรตัวผู้สีเหลืองเข้มจำนวนมาก เมื่อใกล้โรยเกสรตัวผู้จะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ออกดอกช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม

ผล ทรงกลม คล้ายลูกปิงปอง เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียว ปลายผลเป็นติ่งแหลม และเมื่อแก่จะมีสีน้ำตาล แห้ง ผิวย่น แต่ละผลมี 1 เมล็ด  เมล็ดมีเปลือกแข็ง

ชอบดินทรายระบายน้ำดี แต่ขึ้นได้ในดินเกือบทุกชนิด ถ้าได้รับน้ำมากพอใบจะเป็นมันสวยงาม
กะทิงมี เมล็ดนำมาสกัดน้ำมันใช้ในอุตสาหกรรมสบู่ ทำเทียนไข และผสมทำเครื่องสำอาง
กระทิง  เป็นพันธุ์ไม้ประจำจังหวัดระยอง

ประโยชน์ : 
ปลูกกันเป็นไม้ประดับ เป็นไม้ให้ร่มตามถนน ไม้ใช้ในการก่อสร้าง ทำเครื่องเรือน ทำกระดูกงูเรือ ไม้หมอนรถไฟ

ใบมี saponin

เมล็ดเมื่อนำมาบีบ หรือสกัดด้วยตัวทำลายอินทรีย์ให้น้ำมันสีเหลืองอมเขียวร้อยละ 50-73 มีกลิ่นไม่ชวนดม มีชื่อเรียกได้ต่างๆ กัน เช่น Domba Oil, Laurel Nut Oil, Dillo Oil และ Poon Seed Oil ประกอบด้วยกรดไขมันซึ่งอยู่ในรูป glyceride และกรดไขมันอิสระ นอกจากนี้ ยังมีเรซินอีกด้วย น้ำมันที่ได้ใช้ทำสบู่ จุดตะเกียง เนื่องจากมีเรซินอยู่ในน้ำมันใน

เมล็ด หลังจากบีบน้ำมันแล้วนำไปใช้ ทำปุ๋ยหมัก

เปลือกต้นมีแทนนินอยู่ประมาณร้อยละ 19 สิ่งสกัดด้วยน้ำจาก เปลือกใช้ล้างแผล

ยางทำให้อาเจียน และถ่ายอย่างรุนแรง

สรรพคุณด้านพืชสมุนไพร
เปลือกใช้ชำระล้างแผล แก้คัน และเป็นยาเบื่อปลา

ใบสด  นำมาขยำแช่น้ำ ใช้น้ำล้างตา แก้ตาฝ้า ตามัว ตาแดง

ยาง  ทำให้อาเจียน และถ่ายอย่างรุนแรง

ดอก ปรุงเป็นยาหอม บำรุงหัวใจ

เมล็ด  หุงเป็นน้ำมัน นำมาใช้ทาถูนวด แก้ปวดข้อ เคล็ดบวม รักษาโรคเรื้อน

ราก  เป็นยาเบื่อปลา แก้ซาง

ที่มา
http://clgc.rdi.ku.ac.th/index.php/rs/fragrant/160-calophyllum
http://goo.gl/kVf75
http://www.biogang.net/biodiversity_view.php?menu=biodiversity&uid=1001&id=96120
http://www.the-than.com/FLower/Fl-1/101/101.html

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *