ส้ม มีสรรพคุณและประโยชน์อย่างไรบ้าง

อาหารเพื่อสุขภาพ

ส้มเป็นผลไม้ในเขตร้อนที่มีการเพาะปลูกมาหลายพันปีแล้ว ส้มมีชื่อทางภาษาอังกฤษว่า Orange ส่วนชื่อทางวิทยาศาสตร์คือ Citrus มีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน รับประทานแล้วอร่อย สดชื่น อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ ทั้งวิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี วิตามินดี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส แคลเซียม แมกนีเซียม โซเดียม เหล็ก สังกะสี เบต้าแคโรทีน รวมทั้งกากใยอาหาร

สารอาหารเหล่านี้ทำให้ส้มมีคุณประโยชน์มากมาย ซึ่งได้แก่

  1. แก้ท้องผูก

ส้มมีใยอาหารสูง ในส้ม 1 ผลใหญ่ จะมีใยอาหารประมาณ 2 กรัม เมื่อรับประทานแล้วจึงช่วยในการย่อยอาหารและทำให้การขับถ่ายดีขึ้น

  1. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน

ส้มอุดมไปด้วยวิตามินซี จึงทำให้ช่วยกระตุ้นและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ต่อสู้กับเชื้อไวรัส ป้องกันหวัด ทำให้ห่างไกลจากการเจ็บไข้ได้ป่วยทั้งหลายได้

  1. ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด

ในเนื้อส้มมีทั้งน้ำตาลฟรุกโตสและกากใยอาหาร ซึ่งมีส่วนช่วยในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ให้พุ่งสูงจนเกินไป

  1. ควบคุมความดันโลหิต

ส้มอุดมไปด้วยโพแทสเซียม และมีปริมาณโซเดียมค่อนข้างต่ำ จึงช่วยให้ระบบไหลเวียนโลหิตของเลือดดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายควบคุมความดันโลหิตได้อย่างสมดุล

  1. ลดปริมาณคลอเรสเตอรอล

ในส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่ ซึ่งสารนี้จะมีส่วนช่วยในการลดปริมาณของคลอเรสเตอรอลในร่างกายได้ ทำให้ช่วยป้องกันโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ด้วย

  1. บำรุงหัวใจ

ในส้มมีสารอาหารและวิตามินจำนวนมาก โดยเฉพาะวิตามินบี ซึ่งเป็นโฟเลท ที่จะช่วยทำให้หัวใจทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้หัวใจเต้นเป็นปกติ และทำให้ระบบการไหลเวียนของเลือดเป็นไปได้ด้วยดี

  1. ป้องกันโรคนิ่วในไต

โพแทสเซียมในส้มคือแร่ธาตุสำคัญที่จะช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในไตหรือในอวัยวะต่างๆ ได้ รวมทั้งยังช่วยในการขับนิ่วเหล่านั้นออกมาอีกด้วย

  1. ป้องกันโรคสโตรก

โรคสโตรกเกิดจากภาวะที่หลอดเลือดตีบ แตก หรือตัน จากการศึกษาในอเมริกามีการค้นพบว่า การรับประทานผลไม้ตระกูลส้ม มีส่วนช่วยลดความเสี่ยงในการเป็นโรคสโตรกได้

  1. ป้องกันมะเร็ง

ในส้มมีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทฟลาโวนอย์อยู่มาก ซึ่งสารตัวนี้มีคุณสมบัติช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้ นอกจากนั้นส้มยังมีการใยสูง จึงทำให้สามารถขับถ่ายของเสียที่ตกค้างอยู่ออกมาได้ ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งต่างๆ ได้อีกทางหนึ่งนั่นเอง

  1. ยับยั้งการเกิดแผลเปื่อย

เนื่องจากส้มเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี 89% ของปริมาณที่ร่างกายควรได้รับต่อวัน และจากการศึกษาพบว่าคนที่รับประทานวิตามินซีอยู่เป็นประจำ จะมีโอกาสเกิดแผลเปื่อยได้น้อยกว่าคนที่ไม่ได้รับประทาน หรือรับประทานไม่เพียงพอ

ใครที่ชอบกินส้มอยู่แล้ว นับว่าต้องอยากกินต่อไปแน่ๆ ส่วนใครที่ไม่ชอบกินส้มเท่าไหร่ อาจจะเพราะมีกากใยและเมล็ดเยอะ แต่ข้อให้รู้ไว้ว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายทั้งนั้น