อาหารหมดอายุ! “ควรทาน” หรือ “ควรทิ้ง”

ไลฟ์สไตล์

“มันจริงหรือเปล่าที่เขาบอกว่า แม้อาหารหมดอายุแล้ว แต่ก็ยังสามารถทานต่อได้”

เคยมีการสำรวจความรู้ของผู้บริโภคในทุกช่วงอายุ จำนวน 474 คน จาก 8 จังหวัดในทุกภูมิภาค รวมทั้งกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับความเข้าใจเรื่องวันหมดอายุของอาหาร พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เข้าใจความแตกต่างของคำว่า “วันหมดอายุ” กับ “ควรบริโภคก่อน” กว่า 40 กว่าเปอร์เซ็นต์ เข้าใจว่าสองคำนี้เหมือนกัน นั่นแสดงว่าผู้บริโภคกว่าครึ่งยังสับสนในความหมายของทั้งสองคำที่ระบุไว้ในฉลากอาหาร

ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 กล่าวว่า ฉลากอาหาร คือ รูป รอยประดิษฐ์ เครื่องหมาย หรือข้อความใด ๆ ที่แสดงไว้ที่อาหาร ภาชนะสำหรับบรรจุอาหาร หรือหีบห่อของภาชนะบรรจุอาหาร ซึ่งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 194 พ.ศ. 2543 ได้กำหนดให้อาหารทุกชนิดต้องแสดงฉลากบนภาชนะบรรจุ โดยประกอบด้วย วันที่ผลิต วันหมดอายุ วิธีการเก็บรักษา วิธีปรุง รวมถึงคำเตือนต่าง ๆ แต่กฎหมายก็เปิดทางให้กับบริษัทผู้ผลิตสามารถใช้คำว่า “วันหมดอายุ” หรือ “ควรบริโภคก่อน” ได้

“หมดอายุ” (Expire – EXP) หมายถึง วันที่อาหารนั้นหมดอายุ หลังจากวันนั้นแล้ว อาหารนั้นจะเน่าเสีย หรือบูด จึ่งไม่ควรทาน และควรทิ้ง

ส่วน “ควรบริโภคก่อน” (Best Before) หมายถึง อาหารจะมีรสชาติดี ยังคงคุณค่าทางอาหารครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในฉลากจนถึงวันนั้น ซึ่งหลังจากนั้นไป รสชาติ คุณภาพ และคุณค่าทางอาหารก็จะลดลง พูดง่าย ๆ ก็คือ ยังสามารถทานต่อได้อย่างปลอดภัย เพียงแต่ว่าเราอาจจะไม่ได้รับประโยชน์จากอาหารนั้นนั่นเองค่ะ

โดยทั่วไปแล้ว ผู้ผลิตมักจะเลือกใช้คำว่า “ควรบริโภคก่อน” มักจะกำหนดวันล่วงหน้าไว้ช่วงหนึ่งก่อนที่อาหารนั้น ๆ จะหมดอายุหรือเสีย เพราะฉะนั้น วันที่ระบุหลังคำว่า ควรบริโภคก่อน คือ คำแนะนำให้ผู้บริโภคทานอาหารนั้นเพื่อความสด รสชาติที่ดี และสารอาหารในอาหารนั้น ๆ ก่อนที่มันจะเปลี่ยนแปลงหรือคุณภาพลดลง แต่อย่างไรก็ตาม อาหารบางชนิด เช่น พวกอาหารกระป๋อง อาหารแช่แข็ง มักจะยังคงคุณค่าด้านคุณภาพและสารอาหารได้อีกนาน นับจากหลังวันที่แนะนำให้บริโภค แต่การที่จะพิจารณาว่า ควรทานอาหารหรือควรจะทิ้ง เราจำเป็นต้องสังเกตจากวันที่ระบุไว้ว่า ให้บริโภคก่อน รวมถึงการสังเกตลักษณะโดยทั่วไป ของอาหารนั้น ถ้าเห็นว่าอาหารมีสี ลักษณะ กลิ่น และรสชาติที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ไม่ควรทานแล้วนะคะ

ข้อควรสังเกตในการทิ้งอาหารต่าง ๆ มีดังนี้
เบเกอรี่/ขนมอบต่าง ๆ
แนะนำให้ควรเก็บในที่แห้งและเย็น แสงแดดส่องไม่ถึง จะช่วยให้ขนมเหล่านี้หมดอายุช้าลง โดยทั่วไป ขนมอบกรอบ แครกเกอร์ มักเก็บได้นานอยู่แล้ว เนื่องจากมีความชื้นน้อย ทำให้จุลินทรีย์ที่ก่อโรคเจริญเติบโตได้ช้าลง ดังนั้น วันหมดอายุจึงเป็นสิ่งรับประกันคุณภาพว่า ขนมอบนั้นยังคงความกรอบอยู่ หากเก็บนานหรือเก็บไม่ถูกวิธีจะทำให้ขนมอบดูดเอาความชื้นจากอากาศ ทำให้ขนมไม่กรอบ แต่ถ้าเป็นแค่ขนมปังหรือขนมอบทั่วไป อายุของขนมมักจะเก็บได้สั้นกว่านั้น หรือประมาณ 8-10 วัน แต่หากเราเก็บไว้ในตู้เย็น ก็อาจจะยืดอายุของขนมนานขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม หากขนมอบนั้นมีกลิ่นหืน มีสีที่เปลี่ยนแปลงไป หรือมีจุดจากเชื้อราแล้วละก็ ควรจะนำไปทิ้งนะคะ อย่าไปเสียดาย การทานอาหารที่เน่าเสียแล้ว ถือว่าเป็นพิษต่อร่างกาย ดังนั้น เราพึงระลึกไว้เสมอว่า ไม่ควรเสียดายเงินที่ต้องทิ้งอาหารที่เสีย แต่ควรเสียดายเงินที่ต้องจ่ายค่ารักษาพยาบาล หากเราทานของเสียนั้นไป

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *