ยาปฎิชีวนะ ยาที่หลายคนเข้าใจผิด ใช้อย่างไรให้ปลอดภัย

ยาน่ารู้

ยาปฎิชีวนะเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย แต่ไม่ใช่ยาแก้อักเสบ ซึ่งหลายคนอาจจะเข้าใจผิดกัน เนื่องจากยาปฎิชีวนะมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรีย บางครั้งจึงอาจไปทำลายต้นตอของสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบได้ การอักเสบจึงหายไปด้วย หลายคนจึงเข้าใจผิด ซึ่งเราไม่ควรใช้ยาทั้งสองชนิดนี้แทนกันเป็นอย่างยิ่ง เพราะอาจจะทำให้แพ้ยาหรือดื้อยาได้ และรักษาโรคไม่หายขาด มีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้อีกด้วย

ซึ่งยาปฎิชีวนะมีหลายกลุ่ม แต่กลุ่มที่นิยมใช้กันบ่อยจะได้แก่

  1. กลุ่มยาแมคโครไลด์ ส่วนใหญ่จะใช้รักษาอาการติดเชื้อที่ปอดและทรวงอก โดยยาจะไปยับยั้งการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย เป็นยาทางเลือกสำหรับคนที่แพ้หรือดื้อยาเพนิซิลลิน ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาอิริโทรมัยซิน ยาคลาริโทรมัยซิน เป็นต้น
  2. กลุ่มยาอะมิโนไกลโคไซด์ มีฤทธิ์ต้านทานการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย ใช้รักษาอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง เช่น อาการติดเชื้อในกระแสเลือด มักใช้เป็นยาฉีดกับผู้ป่วยที่ต้องนอนรักษาที่โรงพยาบาล หรือในบางกรณีก็ใช้เป็นยาหยอดหูหรือตาได้เช่นกัน ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาอะมิคาซิน ยาเจนตามัยซิน เป็นต้น
  3. กลุ่มยาเตตราไซคลีน มีฤทธิ์ต้านทานการสร้างโปรตีนของแบคทีเรีย ใช้รักษาได้หลายโรค เช่นโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรังหรือรุนแรง รักษาสิว รักษาอาการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยามิโนไซคลีน ยาดอกซีไซคลิน เป็นต้น
  4. กลุ่มยาฟลูออโรควิโนโลน มีฤทธิ์ต้านทานกระบวนการสร้างดีเอ็นเอของแบคทีเรีย จึงสามารถใช้งานได้หลากหลาย ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาลีโวฟลอก ยาซิโปรฟลอกซาซิน เป็นต้น
  5. กลุ่มยาเบต้าแลคแทม มีฤทธิ์ต้านทานการสร้างผนังเซลล์ของเชื้อแบคทีเรีย ทำให้เซลล์นั้นไม่สมบูรณ์ มักใช้รักษาการติดเชื้อทางเดินหายใจ ทางเดินปัสสาวะ ผิวหนังหรือทรวงอก ตัวอย่างยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาเพนิซิลลิน ยาอะมอกซิซิลลิน เป็นต้น
  6. กลุ่มยาเซฟาโลสปอริน ยาในกลุ่มนี้มักจะใช้รักษาอาการติดเชื้ออย่างรุนแรง เช่น การติดเชื้อในกระแสเลือด ระบบปัสสาวะ หรือในเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น ตัวอย่างยากลุ่มนี้ ได้แก่ ยาเซฟาเลกซิน ยาเซฟูรอกซิม ยาเซฟไตรอะโซน ยาเซฟดิเนียร์ เป็นต้น

การใช้ยาปฎิชีวนะนั้น ต้องได้รับคำสั่งจากแพทย์หรือเภสัช ไม่ควรซื้อมารับประทานเอง และยาปฎิชีวนะไม่ได้เป็นตัวฆ่าเชื้อไวรัส ภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของเราเท่านั้นที่จะช่วยฆ่าไวรัสให้ตายออกจากร่างกายได้ อย่างไรก็ตามยาปฎิชีวนะก็ยังจำเป็นสำหรับผู้ป่วยเฉพาะทาง ซึ่งต้องได้รับการตรวจและวินิจฉัยจากแพทย์ก่อน