ยาขยายหลอดลม มีหลายแบบ ออกฤทธิ์แตกต่างกัน ต้องใช้ให้ถูกอาการ

ยาน่ารู้

ยาขยายหลอดลม ออกฤทธิ์ทำหน้าที่คลายกล้ามเนื้อภายในปอด ทำให้หลอดลมขยาย เพื่อให้อากาศผ่านเข้าไปได้มากขึ้น จึงช่วยให้หายใจได้สะดวกนั่นเอง อีกทั้งยังช่วยบรรเทาอาการไอ จาม หรือหายใจลำบาก มักนำมาใช้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืด ซึ่งสาเหตุโดยส่วนมากมาจากการอักเสบในหลอดลม และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง หรือโรคซีโอพีดี (COPD) มีสาเหตุมาจากการสูบบุหรี่

โดยยาขยายหลอดลมแบ่งได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือแบบออกฤทธิ์สั้น ซึ่งจะบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นโดยทันที และแบบออกฤทธิ์ยาว จะเป็นยาที่ใช้เป็นประจำ เพื่อใช้ในการควบคุมโรค โดยบางตัวก็อาจจะผสมสเตียรอยด์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้วย

นอกจากนี้ยาขยายหลอดลมที่ใช้กันอย่างแพร่หลายยังแบ่งได้อีกเป็น 3 ชนิด ได้แก่

  1. ยากลุ่มเบต้าทูอะโกนิส (Beta-2 Agonists)

เป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคหืด และโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง ออกฤทธิ์โดยการกระตุ้นตัวรับสัญญาณบริเวณกล้ามเนื้อของทางเดินหายใจ ซึ่งช่วยให้หลอดลมขยายตัว รูปแบบของยามีหลายชนิด ทั้งชนิดเม็ด ชนิดน้ำ และชนิดพ่น ตัวอย่างของยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาไวแลนเทอรอล ยาฟอร์โมเทอรอล ยาซาลเมเทอรอล ยาซาลบูทามอล เป็นต้น

  1. ยากลุ่มแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic)

มักใช้รักษาโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง แต่บางชนิดก็นำมาใช้รักษาโรคหืดได้เช่นกัน ออกฤทธิ์ยับยั้งเส้นประสารโคลีเนอร์จิก ซึ่งเส้นประสาทชนิดนี้จะปล่อยสารสื่อประสาทออกมา ทำให้กล้ามเนื้อหลอดลมหดตัวลง เมื่อได้รับยาเข้าไป หลอดลมจึงขยายตัวออก ทำให้หายใจได้สะดวกขึ้น รูปแบบของยาโดยส่วนใหญ่มักจะเป็นแบบชนิดพ่น ใช้กับผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรืออาการเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ตัวอย่างของยากลุ่มนี้ได้แก่ ยาแอคไคลดิเนียม ยาไทโอโทรเปียม ยาไอปราโทรเปียม เป็นต้น

  1. ยาธีโอฟิลลีน (Theophylline)

ยาจะไปลดการอักเสบหรือบวมภายในหลอดลม และช่วยขยายหลอดลม ใช้สำหรับผู้ป่วยหอบหืดเรื้อรัง พบได้ทั้งยาฉีด ยาเม็ด และยาน้ำ มีผลข้างเคียงน้อย แต่ออกฤทธิ์ได้ต่ำ บางครั้งจึงต้องใช้ยานี้ร่วมกับยากลุ่มอื่นๆ เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนั่นเอง

คำเตือนในการใช้ยา

  1. แจ้งให้แพทย์ทราบถึงโรคประจำตัวและยาปัจจุบันที่ใช้อยู่ เพราะยาแต่ละชนิดอาจทำปฏิกิริยากับยาตัวอื่นได้ และอาจทำให้อาการของโรคต่างๆ แย่ลง ที่สำคัญอย่าลืมแจ้งแพทย์ให้ทราบ หากมีประวัติการแพ้ยาตัวใดๆ ก็ตาม
  2. แจ้งให้แพทย์ทราบหากกำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร หรือกำลังวางแผนจะตั้งครรภ์ เพราะตัวยาอาจส่งผลต่อทารกได้
  3. ผู้สูบบุหรี่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยาธีโอฟิลลีน เพราะการสูบบุหรี่จะไปทำให้ประสิทธิภาพของตัวยาลดลง หรือทางที่ดีก็ควรงดสูบบุหรี่ เพื่อให้การรักษาเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  4. ยาขยายหลอดลมบางชนิดห้ามใช้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ปี เช่น ยาไทโอโทรเปียม เป็นต้น จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง