โอฟลอกซาซิน (Ofloxacin)

ยาน่ารู้
ยาเม็ดขนาด 200 มิลลิกรัม
ข้อบ่งใช้ – ใช้รักษาการติดเชื้อแบคทีเรียของทางเดินปัสสาวะ เช่น โรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ และกรวยไตอักเสบ – ใช้รักษาการติดเชื้อวัณโรค ** ยานี้ไม่มีประโยชน์ในการรักษาโรคติดเชื้อไวรัส ** โรคท้องร่วงส่วนใหญ่ไม่ต้องใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษา ก่อนใช้ยานี้ควรปรึก
คำแนะนำในการใช้ยา – ไม่ควรใช้ร่วมกับนม ยาลดกรด วิตามินที่มีส่วนผสมของแคลเซียม ธาตุเหล็ก สังกะสี แมกนีเซียม เพราะอาจทำให้การดูดซึมยานี้ลดลง แต่อาจใช้ได้หากกินห่างกันอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
– ยานี้อาจทำให้ผิวหนังไวต่อแสงมากขึ้น และทำให้ผิวหนังไหม้จากแสงได้ จึงไม่ควรทำงานหรืออยู่ในที่ที่มีแสงแดดส่องเป็นเวลานาน และควรป้องกันตัวเองจากแสงแดด
– ควรกินยาตอนท้องว่าง คือก่อนอาหารอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง หรือหลังอาหาร หรือหลังดื่มนมอย่างน้อยสองชั่วโมง
– ควรกินยาตรงเวลา ให้ระยะห่างของการกินยาแต่ละมื้อเท่ากัน ทุก 12 ชั่วโมง จะทำให้ระดับยาในเลือดและปัสสาวะคงที่ และช่วยให้ผลการรักษาดีขึ้น
กินยาให้ครบตามระยะเวลาการรักษาหรือตามแพทย์สั่งจนหมด แม้จะรู้สึกว่าอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม เพราะถ้าท่านหยุดยาก่อน อาจทำให้การฆ่าเชื้อไม่สมบูรณ์ และอาจทำให้เกิดปัญหาเชื้อดื้อยาได้
อาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา อาการที่ต้องหยุดยาแล้วรีบไปพบแพทย์ทันที
– อาการแพ้ยา ได้แก่ ผื่นคัน บวมที่ใบหน้า เปลือกตา ริมฝีปาก ลมพิษ แน่นหน้าอก หายใจหรือกลืนลำบาก ผื่นแดง ผิวไหม้หรือตุ่มพอง ผิวหนังหลุดลอก
– เส้นเอ็นบริเวณไหล่ มือ หรือข้อเท้ามีอาการปวด บวม โดยไม่ทราบสาเหตุ
– ผิวหนังอักเสบหลังถูกแสงแดด
– มีอาการปวด แสบร้อน รู้สึกเหมือนมีเข็มตำ ชา และการอ่อนแรงของแขน ขา ตลอดจนการรับรู้ความรู้สึกสัมผัสความเจ็บปวด อุณหภูมิหรือการทรงตัวของร่างกายเปลี่ยนแปลงไป
อาการที่ไม่จาเป็นต้องหยุดยา แต่ถ้ามีอาการรุนแรงให้ไปพบแพทย์ทันที
– ง่วงนอน เฉื่อยชาผิดปกติ
– ปวดศีรษะ เวียนหัว ง่วงนอน หรือนอนไม่หลับ
– คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ไม่สบายท้อง ท้องเสีย หรือท้องผูก
ข้อห้ามใช้ ห้ามใช้ในผู้ที่เคยแพ้ยาหรือแพ้ส่วนประกอบอื่นในตำรับนี้หรือแพ้ยาที่มีโครงสร้างคล้ายกัน ได้แก่ ยาในกลุ่มฟลูออโรควิโนโลน เช่น นอร์ฟลอกซาซิน ซิโพรฟลอกซาซิน ลีโวฟลอกซาซิน มอกซิฟลอกซาซิน
อันตรกิริยาระหว่างยา อย่าใช้ร่วมกับยาอื่นโดยไม่ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร
– ยาต้านการแข็งตัวของเลือด เช่น วาร์ฟาริน เพราะอาจทำให้เลือดออกได้ง่าย
การเก็บรักษายา ควรเก็บไว้ในภาชนะบรรจุเดิมตามที่ได้รับมา ในที่แห้ง ไม่โดนความร้อนหรือแสง
ข้อควรระวังอื่นๆ – ยังไม่มีข้อมูลด้านความปลอดภัยในเด็ก หญิงมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร จึงควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว
– ระวังการใช้ยาในผู้ป่วยโรคที่มีภาวะพร่องเอนไซม์จี-6-พีดี เนื่องจากอาจทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้ง่ายขึ้น
อ้างอิง 1. Lacy CF, Armstrong LL, Goldman MP, Lance LL. Drug information handbook with international trade name index. 18 ed.; 2009-2010.
2. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. รายการข้อมูลยาสำหรับประชาชน. [cited 2017Oct 18]. http://www.fda.moph.go.th/sites/drug/SitePages/ข้อมูลยาสำหรับประชาชน.aspx

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *