5 วิธีใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าให้ลดน้ำหนักได้ผล และไม่เหนื่อยจนเกินไป

การควบคุมน้ำหนักตัว การออกกำลังกาย

ลู่วิ่งไฟฟ้า หรือ Treadmill เป็นอุปกรณ์ออกกำลังกายในยิมที่ใครๆก็มักจะนึกถึงเป็นอันดับต้นๆ ใครอยากลดน้ำหนักก็มักจะไปจับจองเจ้าตัวนี้ก่อนเสมอ

หลายคนอาจจะคิดว่าลู่วิ่งไฟฟ้านั้นไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่ปรับความเร็วและความชันตามต้องการ วิ่งหรือเดินเร็วไปเรื่อยๆ เดี๋ยวก็เผาผลาญไขมันและผอมลงได้เอง

ซึ่งจริงๆแล้วก็ใช่ ลู่วิ่งไฟฟ้าไม่ได้ใช้ยากอะไร ถ้าใช้งานต่อเนื่องก็จะลดน้ำหนักได้จริง เพราะนี่เป็นเครื่องเล่นประเภทคาร์ดิโอที่เน้นการเผาผลาญไขมัน เพียงแต่ว่ามันก็มีเทคนิคเล็กๆน้อยๆอยู่ ที่จะช่วยให้คุณไปถึงเป้าหมายได้เร็วขึ้น และที่สำคัญ ไม่เหนื่อยกับการออกกำลังกายมากจนเกินไป

ใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าอย่างไรให้ลดน้ำหนักสำเร็จ และไม่เหนื่อยจนเกินไป?

1.ควรเล่นเวทก่อนแล้วค่อยมาวิ่ง

การออกกำลังกายที่จะมีประสิทธิภาพต่อรูปร่างในระยะยาว ควรมีการเล่นเวทเพื่อสร้างกล้ามเนื้อควบคู่กันไปด้วย การเล่นคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียวอาจทำให้ผอมลงได้จริง แต่อาจไม่มีกล้ามเนื้อมากเท่าที่ควร ทำให้ในระยะยาวร่างกายอาจไม่มีการเผาผลาญพลังงานมากเท่าที่ควร เนื่องจากกล้ามเนื้อจากการเล่นเวทเป็นเตาเผาผลาญพลังงานชั้นดีมาก ดังนั้นก่อนที่จะไปใช้ลู่วิ่งไฟฟ้า ขอแนะนำให้เล่นเวทก่อน เนื่องจากจะเพิ่มมวลกล้ามเนื้อได้ดีกว่า

2. ไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็ว

คุณอาจคิดว่าปรับความเร็วให้สูงเท่าไหร่ยิ่งดี จะได้เผาผลาญไขมันออกไปเร็วๆ ซึ่งที่จริงแล้วอาจไม่ใช่อย่างนั้น เพราะยิ่งวิ่งเร็วมากก็จะยิ่งหมดแรงไว ทำให้วิ่งต่อไม่ไหว สุดท้ายแล้วก็จะไม่ได้เผาผลาญอะไรเลย ดังนั้นทางที่ดี ควรปรับความเร็วในระดับที่จะสามารถเฉลี่ยแรงได้นานๆ เป็นวิ่งเหยาะๆสลับกับเดินเร็วจะดีที่สุด เพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลายบ้าง ถ้าวิ่งตลอดเวลาจะเหนื่อยเกินไป

3. วิ่งสักครึ่งชั่วโมงเป็นอย่างต่ำ

สิ่งนี้เรารู้กันมานานแล้ว ว่าการออกกำลังกายควรทำครั้งละอย่างน้อย 30 นาที เพราะในช่วงประมาณนาทีที่ 25 เป็นต้นไป ร่างกายจะเริ่มมีการดึงไขมันมาใช้เป็นพลังงาน ดังนั้นถ้าวิ่งแค่ไม่กี่นาทีแล้วหยุด ร่างกายก็จะยังไม่ทันได้เผาผลาญอะไร ก็ไม่อาจทำให้น้ำหนักลดได้

4. อย่าหักโหมเกินไป

ไม่ใช่แค่การใช้ลู่วิ่งไฟฟ้าเท่านั้น แต่ในการออกกำลังกายทุกประเภท คุณต้องรู้สมรรถภาพของตัวเอง อย่าออกมากเกินกว่าที่ร่างกายจะรับไหว ถ้าเกิดรู้สึกเหนื่อยก็ให้พักบ้าง จะได้มีแรงมาออกต่อ ถ้าหักโหมเกินไปนอกจากจะทำให้ร่างกายแย่แล้ว คุณเองก็จะถอดใจไม่อยากออกต่อด้วย

5. เปิดเพลงฟังหรือเปิดซีรี่ส์ดูระหว่างวิ่ง

เพราะจะช่วยให้คุณรู้สึกเพลินจนลืมเวลา ก็จะวิ่งได้นานขึ้นนั่นเอง